Incentive Vietnam
ภาพปกบทความทริปเวียดนามสำหรับกรุ๊ป 50 ถึง 100 คน

จัดทริปเวียดนาม 50–100 คน ต่างกันตรงไหนและวาง Timeline อย่างไร

21 กรกฎาคม 2569 4 นาทีอ่านคู่มือจัดทริปองค์กร

ทริปเวียดนามสำหรับกรุ๊ป 50-100 คนควรเริ่มจากเมืองเดียวเป็นฐาน แล้วค่อยเลือกระหว่าง 3 วัน 2 คืนแบบกระชับกับ 4 วัน 3 คืนที่มีพื้นที่พอสำหรับประชุม กิจกรรมทีม หรือ gala dinner. ขนาดกรุ๊ประดับนี้ยังทำโปรแกรมให้มีสีสันได้ แต่ต้องคุมบล็อกห้องพัก รถรับส่ง เวลาเช็กอิน และ timeline การจองจริงจังกว่ากรุ๊ปเล็ก

สำหรับ HR หรือผู้บริหาร สิ่งที่ควรคุมให้ชัดมี 5 เรื่อง: เป้าหมายของทริป เมืองหลัก จำนวนวัน ระดับประสบการณ์ที่ต้องการ และรายชื่อคนเดินทางที่ใกล้เคียงความจริงที่สุด. ถ้ายังต้องดูภาพรวมเมือง ฤดู และงบประกอบ ให้เปิดคู่กับ คู่มือทริปองค์กรเวียดนาม 2026 และ แนวทางงบต่อหัว

กรุ๊ป 50-100 คนควรเริ่มวางทริปเวียดนามแบบไหน?

ควรเริ่มจากโจทย์งานก่อน ไม่ใช่เริ่มจากรายชื่อสถานที่เที่ยว เพราะกรุ๊ป 50-100 คนเริ่มมีผลกับการจองห้องพัก การขึ้นรถ และลำดับเวลาในแต่ละวันแล้ว ถ้าเป้าหมายยังไม่ชัด ทริปมักหลุดไปเป็นโปรแกรมที่ใส่ทุกอย่างแต่ไม่มีช่วงไหนเด่นจริง

ขนาดกรุ๊ปโดยประมาณสิ่งที่เริ่มเปลี่ยนจุดที่ทีม HR/Admin ต้องคุม
ราว 50 คนยังรวมพลและจัดรถได้ไม่ซับซ้อนมาก แต่ rooming list เริ่มมีผลกับเวลาเช็กอินปิดจำนวนขั้นต่ำ-สูงสุด แยกห้องเดี่ยว/ห้องคู่ และกำหนดหัวหน้ากรุ๊ป
ราว 70-80 คนมักมีหลายรถ หลายแถวที่นั่งอาหาร และหลายรอบรับกระเป๋าแบ่งกลุ่มย่อยให้ชัด ใช้รายชื่อกลางชุดเดียว และกำหนดผู้ประสานแต่ละรถ
ราว 90-100 คนการมาถึงพร้อมกัน ห้องอาหาร ลิฟต์ จุดลงรถ และการย้ายเข้า meeting/gala กลายเป็นคอขวดทำ run sheet รายช่วง เผื่อ buffer และแยกผู้ตัดสินใจหน้างานออกจากผู้ดูแลสมาชิก

ตัวแบ่งเหล่านี้เป็นกรอบวางงานของ BENS ไม่ใช่ข้อกำหนดตายตัวของโรงแรม รถ หรือสายการบิน จำนวนรถ ห้อง และทีมหน้างานต้องยืนยันจาก itinerary และเงื่อนไข supplier ของทริปจริงอีกครั้ง

เรื่องที่ต้องล็อกก่อนคำถามที่ควรตอบเหตุผลที่สำคัญกับกรุ๊ป 50-100 คน
เป้าหมายทริปreward, outing, dealer, seminar หรือผสมกำหนดว่าเวลาหลักควรลงกับกิจกรรมหรือช่วงงานทางการ
เมืองหลักต้องการทะเล เมืองธุรกิจ หรือเส้นวัฒนธรรมกระทบสนามบิน เวลาบนรถ และความง่ายของหน้างาน
จำนวนวัน3D2N หรือ 4D3Nกระทบว่าต้องเร่งวันแรก-วันสุดท้ายแค่ไหน
ระดับโรงแรม4 ดาว, 5 ดาว หรือรีสอร์ตมีผลกับ room block และงบต่อหัวโดยตรง
จำนวนคนจริงขั้นต่ำและสูงสุดที่คาดไว้ช่วยวางรถ ห้อง และ staffing ratio ได้แม่นขึ้น

เริ่มจากอยู่เมืองเดียวทั้งทริปก่อนจะคุมงานง่ายกว่า

ขนาดกรุ๊ป 50-100 คนยังเหมาะกับการอยู่เมืองเดียวทั้งทริปมากกว่าการย้ายฐานหลายรอบ โดยเฉพาะเมื่อมีผู้บริหารหรือแขกสำคัญร่วมเดินทางด้วย วิธีนี้ช่วยลดเวลาย้ายกระเป๋า ลดความเสี่ยงจากรถดีเลย์ และทำให้มื้อสำคัญหรือช่วงมอบรางวัลมีจังหวะที่นิ่งกว่า

3 วันเหมาะเมื่ออยากให้ทริปกระชับ

ถ้าองค์กรต้องการคุมวันลาและอยากให้โปรแกรมตรงไปตรงมา 3 วัน 2 คืนยังใช้ได้ดีสำหรับดานังหรือโฮจิมินห์ แต่ควรยอมรับตั้งแต่ต้นว่าจะมีวันเต็มใช้งานจริงราว 1 วันครึ่งถึง 2 วัน จึงไม่ควรอัดทั้งประชุม กิจกรรมทีม และ gala dinner แบบเต็มรูปพร้อมกัน

4 วันเริ่มคุ้มเมื่อมีช่วงงานหรือช่วงรางวัลชัด

ถ้าทริปมีประชุมครึ่งวัน ช่วงคุยงานกับตัวแทนจำหน่าย หรืออยากแยกวันกิจกรรมกับวัน gala dinner ออกจากกัน 4 วัน 3 คืนจะบาลานซ์กว่า เพราะไม่ต้องเอางานสำคัญไปชนกับวันเดินทาง และยังมีเวลาสำรองสำหรับฝนหรือการขยับลำดับโปรแกรม

อาคารผู้โดยสารสนามบินในเวียดนามสำหรับอธิบายการรับกรุ๊ปองค์กร 50 ถึง 100 คน
อาคารผู้โดยสารสนามบินในเวียดนามสำหรับอธิบายการรับกรุ๊ปองค์กร 50 ถึง 100 คน

เมืองไหนเหมาะกับทริปเวียดนามกรุ๊ป 50-100 คนมากที่สุด?

คำตอบขึ้นกับเป้าหมายของทริป แต่ถ้าดูในมุมการเดินงาน เมืองที่ใช้งานง่ายที่สุดมักเป็นดานังหรือโฮจิมินห์ เพราะรับกรุ๊ปได้ตรงไปตรงมาและจัดลำดับวันงานได้ง่ายกว่าเส้นทางที่ต้องย้ายหลายช่วง เว็บไซต์ Vietnam Tourism ระบุว่าประตูหลักของเที่ยวบินนานาชาติอยู่ที่ฮานอย ดานัง และโฮจิมินห์ จึงเป็นสามจุดเริ่มต้นที่ใช้งานได้จริงที่สุดสำหรับกรุ๊ปองค์กร

เมืองเหมาะกับใครจุดแข็งสำหรับกรุ๊ป 50-100 คนสิ่งที่ต้องเผื่อ
ดานังouting, reward, seminar ผสมพักผ่อนชายหาด + โรงแรม + ไปฮอยอันได้โดยไม่ย้ายฐานปลายปีควรเผื่อฝนภาคกลาง
โฮจิมินห์dealer trip, seminar, partner meetingเมืองธุรกิจ คุมช่วงประชุมและมื้อสำคัญได้ง่ายtraffic และเวลาบนรถ
ฮานอย-ฮาลองผู้บริหาร, partner trip, incentive ที่อยากได้ภาพลักษณ์เมืองหลวงเก่า + มรดกโลก ช่วยให้ทริปมีเรื่องราวชัดต้องเผื่อเวลาย้ายมากกว่าเมืองเดียว
ฟู้โกว๊กtop performers หรือแขกสำคัญบางกลุ่มบรรยากาศรีสอร์ตชัด เหมาะกับทริปรางวัลสำหรับ 50-100 คนต้องเช็กบล็อกห้องและความจุกิจกรรมละเอียด

ดานังเหมาะกับกรุ๊ปที่ต้องการความบาลานซ์

หน้า Da Nang ของ Vietnam Tourism สะท้อนภาพเมืองชายทะเลที่ยังมีโครงสร้างเมืองและโรงแรมรองรับได้ดี ทำให้ดานังเหมาะกับกรุ๊ปที่อยากได้ทั้งประชุม กิจกรรมทีม และ dinner ในทริปเดียว ถ้ากรุ๊ปอยู่ราว 50-100 คน การใช้ดานังเป็นฐานแล้วเติมฮอยอันช่วงเย็นมักคุมงานง่ายกว่าการย้ายโรงแรม

โฮจิมินห์เหมาะเมื่อทริปมีส่วนของงานทางการ

ถ้าทริปต้องมีประชุม ช่วงคุยงานกับตัวแทนจำหน่าย หรือดูงานประกอบ โฮจิมินห์มักตรงโจทย์กว่า เพราะสนามบิน โรงแรม และร้านอาหารธุรกิจอยู่ในจังหวะเมืองเดียวกัน คุณจึงแยกช่วงประชุมกลางวันกับมื้อค่ำตอนเย็นได้โดยไม่เสียเวลาย้ายฉากมาก

ฮานอย-ฮาลองเหมาะเมื่ออยากได้ภาพจำแบบรางวัล

หน้า Ha Long ของ Vietnam Tourism ระบุว่าฮาลองมีช่วงอากาศใสเด่นราวกันยายนถึงพฤศจิกายน ขณะที่ UNESCO World Heritage Centre ยืนยันสถานะมรดกโลกของ Ha Long Bay - Cat Ba Archipelago จึงเหมาะกับกรุ๊ปที่ต้องการให้ทริปดูมีน้ำหนักมากขึ้น แต่สำหรับขนาด 50-100 คนควรเผื่อเวลาเดินทางต่อและการขึ้นเรือให้มากกว่าเส้นทางเมืองเดียว

งบและจำนวนวันควรตั้งต้นอย่างไรสำหรับกรุ๊ป 50-100 คน?

ให้คุยจำนวนวันพร้อมระดับประสบการณ์ไปเลย เพราะกรุ๊ประดับนี้ตัวเลขจะไม่ขึ้นกับจำนวนคนอย่างเดียว แต่ขึ้นกับระดับห้องพัก รูปแบบมื้อสำคัญ และระดับการดูแลที่องค์กรต้องการด้วย ถ้าอยากคุยภายในให้เร็ว กรอบที่ใช้ได้บ่อยคือเริ่มจากทริปเมืองเดียว 3D2N หรือ 4D3N แล้วค่อยเพิ่มทางเลือกเสริมตามเป้าหมาย

ตัวเลขจริงขยับตามฤดูกาล เมือง ระดับโรงแรม รูปแบบมื้อสำคัญ และขอบเขตงานหน้างาน จึงไม่ควรยกยอดเริ่มต้นชุดเดียวมาใช้อนุมัติทุกกรุ๊ป หากต้องการแตกองค์ประกอบและ tier สำหรับคุยภายใน ให้อ่านต่อใน บทความงบต่อหัว

รูปแบบใช้เมื่อข้อดีจุดที่ต้องคุม
3D2N เมืองเดียวouting หรือ reward แบบกระชับคุมงบและวันลาได้ง่ายอย่าใส่หลายกิจกรรมจนวันเต็มแน่นเกิน
4D3N เมืองเดียวseminar + leisure หรือ dealer tripแยกวันงานกับวันไฮไลต์ได้ชัดโรงแรมและ venue ควรล็อกเร็วขึ้น
4D3N มี day trip เด่นต้องการภาพจำเพิ่ม เช่น ฮอยอันหรือฮาลองทริปดูมีน้ำหนักขึ้นโดยไม่ต้องย้ายฐานต้องเผื่อเวลาบนรถและคนกลับเข้าโรงแรม

อย่าคิดว่า 100 คนต้องถูกลงเสมอ

แม้กรุ๊ปใหญ่ขึ้นจะช่วยกระจายต้นทุนบางส่วนได้ แต่เมื่อขนาดแตะ 50-100 คน ค่าใช้จ่ายบางก้อนจะเริ่มเพิ่มตามความซับซ้อน เช่น รถหลายคัน จุดเช็กอินหลายเคาน์เตอร์ ทีมต้อนรับเพิ่ม หรือการกันห้องประชุมกับห้องเก็บอุปกรณ์ จึงควรดูงบเป็นภาพรวมของการเดินงาน ไม่ใช่มองแต่ต้นทุนเฉลี่ยต่อคน

วันเพิ่ม 1 วันควรเพิ่ม “คุณภาพ” ไม่ใช่เพิ่มรายชื่อสถานที่

ถ้าตัดสินใจใช้ 4 วัน 3 คืน ให้ใช้วันเพิ่มกับสิ่งที่ยกระดับประสบการณ์จริง เช่น แยกประชุมออกจากวันรางวัล เพิ่ม gala dinner ที่ไม่เร่ง หรือเผื่อเวลาพักก่อนกิจกรรมหลัก มากกว่าการเติมจุดเที่ยวต่อกันทั้งวันจนกรุ๊ปเหนื่อย

ดานัง โฮจิมินห์ และฮาลอง ตัวอย่างเมืองฐานสำหรับทริปองค์กรเวียดนามกรุ๊ป 50–100 คน
ดานัง โฮจิมินห์ และฮาลอง ตัวอย่างเมืองฐานสำหรับทริปองค์กรเวียดนามกรุ๊ป 50–100 คน

ลอจิสติกส์อะไรที่ทำให้กรุ๊ป 50-100 คนพังง่ายที่สุด?

จุดที่พังง่ายไม่ใช่สถานที่เที่ยว แต่เป็นจังหวะวันที่ทุกคนต้องขยับพร้อมกัน เช่น วันเดินทาง วันเช็กอิน และคืน gala dinner ถ้าสามจุดนี้คุมไม่ได้ ต่อให้โปรแกรมสวยแค่ไหนคนเดินทางก็จะจำความวุ่นวายมากกว่าประสบการณ์ดี

สนามบินและการรับกรุ๊ปคือจุดเสี่ยงแรก

Vietnam Tourism ระบุว่าสนามบินนานาชาติหลักของเวียดนามมี Wi-Fi ฟรี จุดแลกเงิน และบริการพื้นฐานค่อนข้างครบ แต่สำหรับกรุ๊ปองค์กร ประเด็นจริงคือเวลารอคนครบ การจัดรถ และการแยกกระเป๋ากับผู้โดยสารหลายไฟลต์ ถ้าบริษัทมีคนบินคนละรอบ ควรกำหนดช่วงเวลารับแต่ละรอบและผู้รับผิดชอบแต่ละกลุ่มให้ชัด

แผนจัดห้องพักต้องนิ่งก่อนจ่ายมัดจำ

กรุ๊ป 50-100 คนมักเริ่มมีทั้งผู้บริหาร คู่สมรส หรือผู้เดินทางที่มีเงื่อนไขพิเศษ ถ้าแผนจัดห้องยังเปลี่ยนบ่อย โรงแรมจะกันห้องได้ยากและหน้างานจะเสียเวลาที่ล็อบบี้มากกว่าที่คิด วิธีที่ปลอดภัยคือปิดรายชื่อเป็นรอบ แล้วกำหนดวันปิดข้อมูลภายในองค์กรให้ชัด

gala dinner ต้องคุยแผนฝนและเวลาปิดงานตั้งแต่ต้น

ถ้าทริปมีงานกลางแจ้ง โดยเฉพาะเมืองชายทะเล ควรมี backup venue และ cut-off time สำหรับการย้ายฉากล่วงหน้า ไม่ควรรอเช็กอากาศวันงานแล้วค่อยตัดสินใจ เพราะทีม 50-100 คนใช้เวลาขยับหน้างานมากกว่ากรุ๊ปเล็ก เว็บไซต์ Vietnam Tourism ระบุว่าช่วงมีนาคมถึงพฤษภาคมเป็นหน้าต่างอากาศที่ดีที่สุดโดยรวมของประเทศ แต่ภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคใต้ก็ยังมีจังหวะต่างกันอยู่ดี

เอกสารเข้าเมืองต้องเช็กเป็นรายบุคคล ไม่ใช่เช็กแค่หัวหน้ากรุ๊ป

หน้า Visa requirements ของ Vietnam Tourism ระบุว่านับตั้งแต่ 15 สิงหาคม 2023 เวียดนามเปิด e-visa สำหรับพลเมืองทุกประเทศและดินแดน สูงสุด 90 วัน แบบหลายครั้งได้ ดังนั้นถ้ากรุ๊ปมีผู้เดินทางต่างสัญชาติหรือไม่ได้ใช้เงื่อนไขเข้าเมืองแบบเดียวกัน ควรตรวจรายบุคคลก่อนปล่อยรายชื่อ final ไม่เช่นนั้นวันเดินทางจะสะดุดตั้งแต่หน้าเคาน์เตอร์

จุดเสี่ยงสิ่งที่ควรเตรียมผู้รับผิดชอบภายใน
Arrival หลายไฟลต์ตารางไฟลต์รวม + รถตามรอบHR/Travel coordinator
Rooming เปลี่ยนบ่อยวันปิดข้อมูล + ตารางจัดห้องกลางHR/Admin
Dinner กลางแจ้งbackup venue + เวลาตัดสินใจย้ายOrganizer + supplier
ผู้เดินทางต่างสัญชาติpassport tracker + visa checkHR + ผู้เดินทางแต่ละคน

ห้องพักและรถควรแบ่งอย่างไรเมื่อกรุ๊ปอยู่ที่ 50-100 คน?

กรุ๊ประดับนี้เป็นช่วงที่การวางห้องพักและรถเริ่มมีผลต่อประสบการณ์ของคนเดินทางชัดมาก ถ้าแบ่งไม่ดี คนจะรู้สึกว่ารอนาน เดินทางหลายรอบ หรือได้เวลาใช้ส่วนกลางของโรงแรมน้อยเกินไป ทั้งที่โปรแกรมบนกระดาษดูแน่นพอดีแล้ว

เรื่องที่ต้องตัดสินใจแนวคิดที่ใช้งานได้จริงถ้าพลาดจะเกิดอะไร
ห้องพักแยกห้องผู้บริหาร ห้องเดี่ยว และห้องคู่ให้ชัดตั้งแต่ต้นเช็กอินช้าและแก้ rooming หน้างานนาน
รถรับส่งวางรถตามรอบบินและตามกลุ่มกิจกรรม ไม่ใช่ตามจำนวนคนอย่างเดียวคนต้องรอรถหรือกลับโรงแรมไม่พร้อมกัน
จุดนัดรวมใช้โรงแรมฐานเดียวและมีจุดรวมพลที่ชัดทีมกระจายและเริ่มกิจกรรมช้ากว่ากำหนด
มื้อสำคัญเลือก venue ที่รองรับการนั่งพร้อมกันได้จริงมื้อค่ำเริ่มไม่พร้อม โต๊ะกระจาย บรรยากาศหาย

แผน rooming และจุดรวมพลต้องทำงานร่วมกัน

ในบทความนี้ให้ตัดสินใจก่อนว่าใครพักเดี่ยว ใครพักคู่ ใครต้องเช็กอินก่อน และทุกคนจะรวมตัวขึ้นรถตรงไหน ส่วนการให้คะแนนโรงแรมจากห้องประชุม รถบัส อาหารเช้า และเงื่อนไข room block เป็นอีกโจทย์หนึ่งที่ควรประเมินแยก ไม่ควรย่อเหลือเพียงชื่อแบรนด์หรือจำนวนดาว

รถควรแบ่งตามจังหวะงาน ไม่ใช่แค่แบ่งหัวละเท่า ๆ กัน

ในทางปฏิบัติ บางกรุ๊ปมีคนไปถึงคนละไฟลต์ บางกลุ่มต้องกลับก่อนเพราะมีภารกิจต่อ หรือบางวันมีแค่ครึ่งกรุ๊ปที่ไปกิจกรรมกลางแจ้ง ถ้าจัดรถแบบคิดจากจำนวนคนรวมอย่างเดียว วันจริงจะเริ่มมีรถว่างบางคัน แต่บางช่วงกลับคนแน่นและต้องรอกัน วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือทำตารางรถตามรอบกิจกรรมและเวลาที่คนต้องเคลื่อนจริง

ถ้ามี gala dinner ควรเช็กระยะจากโรงแรมถึง venue เป็นพิเศษ

กรุ๊ป 50-100 คนสามารถไป dinner นอกโรงแรมได้ แต่ควรดูว่าระยะเดินทางหลังแต่งตัวพร้อมแล้วเหมาะหรือไม่ เพราะถ้าต้องขึ้นรถนานเกินไป คนจะรู้สึกว่าเสียอารมณ์ก่อนเริ่มงาน โดยเฉพาะวันที่มีประชุมหรือกิจกรรมกลางวันมาก่อนแล้ว ถ้า venue สวยมากแต่ไกลเกินไป บางครั้งเลือกสถานที่ที่ใกล้กว่าและคุมเวลาได้ง่ายกว่าจะให้ผลลัพธ์ดีกว่า

ถ้ามีผู้บริหารร่วมเดินทาง ควรแยกแผนบริการบางส่วน

หลายบริษัทมีโครงสร้างที่ผู้บริหารเดินทางไฟลต์ใกล้กันแต่ไม่ได้ทำกิจกรรมทุกช่วงเหมือนทีมหลัก ถ้าเป็นแบบนี้ควรแยกแผนรถรับส่ง ห้องพัก หรือจุดนัดหมายบางส่วนตั้งแต่แรก ไม่ควรใช้ตารางเดียวทั้งกรุ๊ปแล้วค่อยแก้หน้างาน เพราะคนกลุ่มนี้มักมีผลต่อเวลาเริ่มประชุม เวลาเข้างานเลี้ยง และภาพรวมการตัดสินใจในทริป ถ้าแยกแผนอย่างพอดี ทริปจะดูเรียบร้อยขึ้นโดยไม่ต้องยกระดับทั้งกรุ๊ปเกินจำเป็น

ถ้าจะไปเวียดนาม 50-100 คน ควรวาง timeline อย่างไร?

กรอบวางงานของ BENS คือเริ่มคุยล่วงหน้าอย่างน้อย 3-4 เดือน และถ้ามี gala dinner รีสอร์ต หรือเดินทางช่วงปลายปีให้เผื่อ 4-6 เดือน เพื่อมีเวลาจัดห้อง รถ และสถานที่หลายส่วนพร้อมกัน กรอบนี้เป็นคำแนะนำเพื่อใช้วางแผน ไม่ใช่การรับประกัน availability หรือ deadline ของ supplier; ทุกวันตัดยอดและเงื่อนไขต้องยืนยันในใบเสนอราคาจริง บทความ ทริปองค์กรเวียดนามปลายปี ช่วยดูความเสี่ยงของช่วงปลายปีเพิ่มเติมได้

ช่วงเวลาสิ่งที่ควรทำเป้าหมายของช่วงนั้น
4-6 เดือนก่อนเดินทางเลือกเมืองหลัก ล็อกกรอบวัน และคุยงบเบื้องต้นกันความเสี่ยงเรื่องห้องพักและ venue เต็ม
3-4 เดือนก่อนเดินทางขอราคาเทียบ 2-3 แบบ และสรุปจำนวนวันให้ผู้บริหารเห็นตัวเลือกที่ตัดสินใจได้
6-8 สัปดาห์ก่อนเดินทางปิดรายชื่อรอบแรก จัดห้องพัก และเช็กเอกสารลดงานแก้ไขหน้างาน
2-3 สัปดาห์ก่อนเดินทางยืนยันไฟลต์ รายชื่อรถ และแผนวันจริงให้ supplier เดินงานได้แม่น
3-5 วันก่อนเดินทางส่ง rooming สุดท้าย รายชื่อฉุกเฉิน และจุดนัดหมายลดความสับสนในวันออกเดินทาง

ช่วงแรกควรตัดสินใจเรื่องเมืองก่อนเรื่องรายละเอียดตกแต่ง

สิ่งที่ควรล็อกก่อนคือไปเมืองไหน กี่วัน และต้องมีช่วงงานอะไรบ้าง เพราะสามเรื่องนี้เป็นตัวกำหนดโรงแรม รถ และงบมากกว่าธีมงานหรือรูปแบบของที่ระลึก ถ้าเมืองกับจำนวนวันยังแกว่งอยู่ การคุยเรื่องตกแต่งหรือกิจกรรมย่อยจะทำให้ทีมแก้งานซ้ำ

อย่าปิดรายชื่อช้าเกินไปถ้ามีผู้เดินทางพิเศษ

กรุ๊ป 50-100 คนมักมีทั้งผู้บริหาร ผู้ร่วมเดินทางพิเศษ และคนที่มีเงื่อนไขอาหารหรือห้องพักเฉพาะ ถ้ารอปิดรายชื่อใกล้วันเดินทางเกินไป ทุกอย่างจะไปกองที่ช่วงเช็กอินและจัดรถวันจริง ดังนั้น timeline ที่ดีไม่ใช่แค่จองทัน แต่ต้องเผื่อเวลาปรับรายชื่อรอบสุดท้ายโดยไม่ทำให้โรงแรมและผู้ให้บริการเสียจังหวะ

HR ควรเตรียม brief อะไรก่อนขอราคา?

ควรสรุป brief ให้ supplier เห็นภาพทั้งทริปในหน้าเดียว เพื่อให้ได้ proposal ที่เทียบกันได้จริง โดยเฉพาะเมื่อกรุ๊ปอยู่ที่ 50-100 คน ถ้าข้อมูลต้นทางไม่ชัด ผู้ให้บริการแต่ละเจ้าอาจตีความจำนวนรถ โรงแรม หรือรูปแบบมื้อสำคัญไม่เหมือนกัน ทำให้เปรียบเทียบราคาไม่ได้

เช็กลิสต์ brief ก่อนส่งขอราคา

  • เป้าหมายหลักของทริป: reward, outing, dealer, seminar หรือผสม
  • จำนวนผู้เดินทางขั้นต่ำและสูงสุด พร้อมระบุว่ามีผู้บริหารกี่คน
  • เมืองหลัก 1 ตัวเลือก และเมืองสำรอง 1 ตัวเลือก
  • ต้องการ 3D2N หรือ 4D3N หรืออยากให้เทียบทั้งสองแบบ
  • ต้องมีหรือไม่ต้องมีห้องประชุม กิจกรรมทีม หรือ gala dinner
  • ระดับโรงแรมขั้นต่ำที่รับได้ และนโยบายพักเดี่ยว/พักคู่
  • งบต่อหัวเบื้องต้น และรายการที่อยากให้รวมในราคา
  • ช่วงเดือนที่ต้องการเดินทาง และช่วงที่หลีกเลี่ยง

ถ้าต้องการ proposal ที่อ่านแล้วตัดสินใจง่าย ให้ขอ 3 ตารางนี้

ขอให้ supplier สรุป 3 เรื่องแยกกันคือส่วนหลักของโปรแกรม ทางเลือกเสริม และเงื่อนไขที่ทำให้ราคาเปลี่ยน เช่น จำนวนคนลดลง วันเดินทางเปลี่ยน หรืออัปเกรดห้องพัก วิธีนี้ช่วยให้ผู้บริหารเห็นว่าตัวเลขไหนเป็นแกนหลัก และตัวเลขไหนเป็นทางเลือก

ควรขอให้เทียบเมืองจากโจทย์เดียวกัน

ถ้าบริษัทยังเลือกระหว่างดานังกับโฮจิมินห์ หรือระหว่าง 3 วันกับ 4 วัน ให้ส่งโจทย์เดียวกันแล้วขอเทียบ 2 แบบ อย่าเปลี่ยนทั้งเมือง ทั้งจำนวนวัน และทั้งระดับโรงแรมพร้อมกัน เพราะจะทำให้สรุปไม่ได้ว่าจริง ๆ แล้วต้นทุนเพิ่มมาจากอะไร

ถ้าต้องการดูตัวอย่างโจทย์เมือง ให้เปิด ดานังสำหรับทริปองค์กร และ โฮจิมินห์สำหรับสัมมนาและ Gala เพิ่ม ส่วนเรื่องเอกสารและ flow เดินทางให้อ่านต่อที่ พาสปอร์ต วีซ่า และเอกสารทริปองค์กรเวียดนาม

ห้องงานสัมมนาและ gala ของทริปองค์กรเวียดนามที่ต้องวาง flow ให้เหมาะกับกรุ๊ป 50 ถึง 100 คน
ห้องงานสัมมนาและ gala ของทริปองค์กรเวียดนามที่ต้องวาง flow ให้เหมาะกับกรุ๊ป 50 ถึง 100 คน

ถ้าต้องอนุมัติงบเร็ว ควรสรุปทริป 50-100 คนแบบไหนให้ผู้บริหาร?

วิธีที่คุยง่ายที่สุดคือสรุปเป็น 1 เส้นทางหลัก 1 เส้นทางสำรอง พร้อมจำนวนวันและกรอบงบต่อหัวที่ชัด จากนั้นบอกข้อแลกเปลี่ยนตรง ๆ เช่น ถ้าเลือก 3 วันจะคุมงบและวันลาได้ดีกว่า แต่ถ้าเลือก 4 วันจะมีพื้นที่ให้ประชุมหรือ gala dinner โดยไม่เร่งเกินไป

สำหรับกรุ๊ป 50-100 คน เมืองที่ปลอดภัยในเชิงการเดินงานมักยังเป็นดานังหรือโฮจิมินห์ก่อน แล้วค่อยขยับไปเส้นทางที่มีภาพลักษณ์มากขึ้นเมื่อโจทย์ชัดและทีมยอมรับเวลาย้ายได้จริง ถ้าเริ่มจากหลักคิดนี้ การขอราคาและสรุปภายในจะเร็วขึ้นกว่าการเริ่มจากลิสต์ที่เที่ยว

เมื่อพร้อมให้ทีมช่วยเช็กความเป็นไปได้ ส่งจำนวนขั้นต่ำ-สูงสุด ช่วงเดือน เมืองที่สนใจ จำนวนวัน เป้าหมายทริป ระดับโรงแรม งบที่องค์กรรับได้ และเงื่อนไขผู้บริหาร/อาหาร/ห้องพักมาคุยแบบไม่ผูกมัดได้ที่ บริการวางแผนและดูแลการเดินทาง โดยดู ตัวอย่างโปรแกรมเวียดนาม ประกอบก่อนส่ง brief ได้

แหล่งอ้างอิง

  1. Vietnam Tourism: A traveller's guide to Vietnam's airports
  2. Vietnam Tourism: Weather and climate in Vietnam
  3. Vietnam Tourism: Visa requirements
  4. Vietnam Tourism: Da Nang
  5. Vietnam Tourism: Ha Long
  6. UNESCO World Heritage Centre: Ha Long Bay - Cat Ba Archipelago

คำถามที่พบบ่อย

ทริปเวียดนามกรุ๊ป 50-100 คนควรเริ่มที่เมืองไหนก่อน?

ส่วนใหญ่เริ่มที่ดานังหรือโฮจิมินห์จะคุมงานง่ายที่สุด เพราะสนามบิน โรงแรม และ flow ในเมืองตรงไปตรงมากว่า route ที่ต้องย้ายหลายช่วง

50-100 คนเหมาะกับ 3 วัน 2 คืน หรือ 4 วัน 3 คืนมากกว่า?

ถ้าทริปเน้น outing หรือ reward แบบกระชับ 3 วัน 2 คืนยังใช้ได้ แต่ถ้ามีประชุม กิจกรรมทีม หรือ gala dinner ที่อยากให้ชัด 4 วัน 3 คืนจะบาลานซ์กว่า

กรุ๊ป 50-100 คนควรย้ายเมืองระหว่างทริปไหม?

โดยทั่วไปควรเริ่มจากเมืองเดียวก่อน เพราะการย้ายฐานทำให้รถ กระเป๋า และเวลา check-in ซับซ้อนขึ้นมากสำหรับกรุ๊ประดับนี้

ก่อนขอราคา ควรปิดรายชื่อให้ชัดแค่ไหน?

อย่างน้อยควรมีตัวเลขขั้นต่ำและสูงสุดที่ใกล้ความจริง พร้อมรายชื่อที่ต้องใช้เงื่อนไขพิเศษ เช่น ห้องเดี่ยว อาหารเฉพาะ หรือผู้เดินทางต่างสัญชาติ เพื่อให้ supplier ตีราคาและวาง operation ได้แม่น

สนใจจัดทริป?

ปรึกษาทีมงานฟรี

สอบถาม / จองแพ็คเกจ
Line: @bens
LINE QR

สแกน QR หรือคลิกปุ่มด้านล่าง

โทรสอบถามได้ที่
065-459-5565