Incentive Vietnam
กราฟิกสรุปงบต่อหัวทริปองค์กรเวียดนาม

จัดทริปเวียดนามต้องใช้งบเท่าไหร่ ค่าใช้จ่ายหลักที่ต้องเตรียม

17 มิถุนายน 2569 7 นาทีอ่านคู่มือจัดทริปองค์กร

การจัดทริปบริษัทไปเวียดนามเป็นตัวเลือกยอดนิยมของหลายองค์กร เพราะเดินทางใกล้ ใช้เวลาบินไม่นาน และจัดการงบประมาณได้ยืดหยุ่น แต่ก่อนจะเคาะตัวเลขเสนอขออนุมัติ คำถามสำคัญคือค่าใช้จ่ายแต่ละหมวดตกคนละประมาณเท่าไหร่ และต้องเตรียมงบเผื่อเรื่องใดบ้าง บทนี้รวบรวมโครงสร้างค่าใช้จ่ายจริงรายหมวด ทั้งค่าตั๋วเครื่องบิน ที่พัก อาหาร การเดินทาง และเปรียบเทียบจุดต่างของแต่ละเมือง เพื่อให้คุณวางแผนงบประมาณได้อย่างแม่นยำและเห็นภาพชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้น

จัดทริปเวียดนามต้องเตรียมงบเท่าไหร่ แยกตามจำนวนวันเดินทาง

สรุปภาพรวมค่าใช้จ่ายสำคัญในแต่ละหมวดเป็นตัวเลขคร่าวๆ ช่วงปกติ โดยราคาจริงจะปรับเปลี่ยนตามช่วงเวลาเดินทางและระดับการบริการ ดังนี้

ตั๋วเครื่องบิน: โลว์คอสต์ไป-กลับ ฮานอย 5,000 - 6,000 บาท · ดานัง 4,500 - 5,500 บาท · โฮจิมินห์ 5,000 - 6,000 บาท (แอร์เอเชีย ไม่รวมกระเป๋าโหลด) ส่วนฟูลเซอร์วิสอย่างเวียดนามแอร์ไลน์แพงกว่าราว 1,000 - 2,000 บาท ช่วงนี้ตั๋วสูงกว่าช่วงปกติ เพราะสายการบินปรับค่าธรรมเนียมน้ำมันขึ้นตั้งแต่ เม.ย. 2569 ดูข่าวสายการบินปรับค่าธรรมเนียมน้ำมัน · เช็คราคาโลว์คอสต์ดอนเมือง–ดานัง

ค่าที่พัก: โรงแรม 3 - 4 ดาวแบบที่ทัวร์ไทยพักจริง ต่อห้องต่อคืน ฮานอย 1,500 - 3,000 บาท · ดานัง 1,000 - 1,600 บาท พักคู่หารครึ่ง ราคาจองเอง กรุ๊ปที่ทำสัญญามักได้ต่ำกว่า และปรับขึ้นลงตามฤดูกาลท่องเที่ยว ดูราคาโรงแรมที่ทัวร์นิยมพักในดานัง

ค่าอาหาร: มื้อธรรมดา 3 มื้อจากเมนูตัวอย่างอยู่ที่ราว 100 - 300 บาทต่อคนต่อวัน สำหรับมื้อไฮไลต์อย่างบุฟเฟต์หรือมื้อพิเศษบนเรือชมวิวอยู่ที่ราว 400 - 800 บาทต่อคนต่อมื้อ ขึ้นอยู่กับรูปแบบการจัดเลี้ยงและเมนูที่เลือกให้ทีม ดูตัวอย่างราคาเมนูอาหารจาก Phở Thìn Bờ Hồ

การเดินทางในเมือง: รถไฟใต้ดินในฮานอยเริ่มต้นราว 10 - 20 บาทต่อเที่ยว ส่วนแท็กซี่มิเตอร์ระยะทาง 5 กม. อยู่ที่ราว 110 - 120 บาทต่อคัน เหมาะสำหรับการเดินทางกลุ่มย่อยหรือแยกย้ายทำกิจกรรมอิสระ ดูประกาศอัตราค่าโดยสารแท็กซี่ Vinasun

รถเหมาพร้อมคนขับ: รถตู้ 16 ที่นั่งจากบริษัทรถเจ้าถิ่นราว 1,500 - 2,500 บาทต่อวันในเมือง ถ้าจองผ่านผู้ให้บริการที่ดูแลกรุ๊ปไทยหรือวิ่งข้ามเมืองไกลจะอยู่ที่ราว 3,000 - 8,000 บาทต่อวัน ส่วนรถโค้ช 29 - 45 ที่นั่งราว 2,600 - 5,100 บาทต่อวันจากเจ้าถิ่น ราคาขึ้นกับชั่วโมงและระยะทาง ดูอัตรารถเช่าพร้อมคนขับในเวียดนามของผู้ให้บริการไทย

ค่าเข้าชมและกิจกรรม: บัตรเข้าชมบานาฮิลล์พร้อมกระเช้าลอยฟ้าอยู่ที่ราว 1,300 บาทต่อคน ส่วนค่าชมอ่าวฮาลองอยู่ที่ราว 200 - 300 บาทต่อคน และมีค่าผ่านท่าไปกลับราว 100 บาทต่อคน โดยค่าเช่าเรือนำเที่ยวจะคิดแยกต่างหาก เช็คราคาบัตรเข้าชมและกระเช้าลอยฟ้าจากบานาฮิลล์

วีซ่าและเอกสารเดินทาง: ค่าวีซ่า 0 บาท สำหรับคนไทยที่เดินทางท่องเที่ยวและพำนักไม่เกิน 30 วัน ตามประกาศยกเว้นวีซ่าของทางการเวียดนาม แต่หากในคณะมีสมาชิกถือสัญชาติอื่นจำเป็นต้องเช็คข้อกำหนดรายบุคคล ประกาศรายชื่อประเทศที่ได้รับการยกเว้นวีซ่าจากสถานทูตเวียดนาม

สิ่งที่ต้องเผื่อ: ค่าทิปไกด์และคนขับ ไม่มีอัตรากลาง ให้ระบุแยกในใบเสนอราคาตั้งแต่แรกจะได้ไม่ต้องเก็บเพิ่มหน้างาน เช็ครายละเอียดบริการทริปกรุ๊ปส่วนตัว

ทริป 3 วัน 2 คืน เดินทางสั้น วางแผนให้กระทบวันทำงานน้อยลง

การจัดทริปรูปแบบ 3 วัน 2 คืน ตอบโจทย์ทีมที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศโดยใช้วันลาให้น้อยที่สุด แผนการเดินทางแบบนี้ช่วยคุมค่าใช้จ่ายได้กระชับ ทั้งค่าโรงแรมที่พักและค่าอาหารรายวัน เพราะคณะจะนอนค้างเพียง 2 คืน

เส้นทางที่ลงตัวกับทริปสั้นมักเน้นปักหลักเที่ยวในพื้นที่เดียว เช่น คู่เมืองดานังกับฮอยอัน หรือเน้นเก็บไฮไลต์ในเมืองหลวงฮานอย เพื่อตัดชั่วโมงเดินทางระหว่างภูมิภาคออกไป ข้อดีคือทีมงานได้พักผ่อนเต็มที่และยังกลับมาลุยงานต่อได้โดยไม่ล้า

ทริป 4 วัน 3 คืน เพิ่มวันให้ทีมได้พักเต็มอิ่ม

หากโจทย์ของบริษัทเน้นการจัดกิจกรรมกลุ่ม จัดเลี้ยงสังสรรค์ หรือพาพนักงานไปเปิดประสบการณ์ในแหล่งท่องเที่ยวไฮไลต์อย่างเต็มอิ่ม การขยับเป็นทริป 4 วัน 3 คืน จะช่วยให้จังหวะทริปผ่อนคลายขึ้น ไม่ต้องเร่งรีบทำเวลา

การเพิ่มระยะเวลาเป็น 4 วัน ย่อมมีงบค่าโรงแรมและมื้ออาหารเพิ่มขึ้นตามจำนวนวัน แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือความยืดหยุ่นในการจัดกิจกรรมพิเศษ เช่น งานเลี้ยงกาล่าดินเนอร์ หรือการนั่งรถออกไปชมแลนด์มาร์กชื่อดังรอบนอก

คอลลาจประสบการณ์ที่ส่งผลต่องบทริปองค์กรเวียดนาม เช่น โรงแรม อาหาร กิจกรรม และรถพรีเมียม
คอลลาจประสบการณ์ที่ส่งผลต่องบทริปองค์กรเวียดนาม เช่น โรงแรม อาหาร กิจกรรม และรถพรีเมียม
งบทัวร์เวียดนามกรุ๊ปส่วนตัว เปลี่ยนตามจำนวนคนอย่างไร

ค่าใช้จ่ายหลักที่ต้องเตรียมก่อนเดินทาง

ในการวางโครงสร้างงบประมาณทริปบริษัท สิ่งสำคัญคือการแจกแจงรายการค่าใช้จ่ายให้ครบตั้งแต่ขั้นสรุปงบ เพื่อให้เห็นภาพรวมและป้องกันปัญหางบบานปลายในภายหลัง โดยเฉพาะเรื่องเอกสารเข้าเมือง ซึ่งสมาชิกในทีมที่ใช้พาสปอร์ตไทยสามารถเข้าเวียดนามได้สูงสุด 30 วันโดยไม่ต้องขอวีซ่า ช่วยลดขั้นตอนและตัดภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไปได้ทันที

ภาพอาหารเวียดนามแบบพรีเมียมสำหรับคำนวณงบทริปองค์กรต่อหัว
ภาพอาหารเวียดนามแบบพรีเมียมสำหรับคำนวณงบทริปองค์กรต่อหัว

ค่าตั๋วเครื่องบินและโรงแรมที่พัก

ตั๋วเครื่องบินและโรงแรมถือเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่สุดของทริป ราคาบัตรโดยสารเครื่องบินจะขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่จอง ฤดูกาลเดินทาง และเงื่อนไขของแต่ละสายการบิน ซึ่งอาจมีค่าธรรมเนียมสัมภาระหรือบริการเสริมต่างกันไป

สำหรับโรงแรมที่พัก ปัจจัยกำหนดราคาคือระดับมาตรฐานของโรงแรม ทำเลที่ตั้ง และรูปแบบการจัดห้องพัก การพักห้องคู่แบบเตียงแยกจะช่วยควบคุมงบประมาณต่อหัวได้ดี แต่หากมีผู้บริหารหรือพนักงานที่ต้องการพักเดี่ยว จะต้องคำนวณค่าบริการพักเดี่ยวเพิ่มเข้าไปในงบประมาณด้วย

ค่าเดินทางในเมืองและค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยว

การเดินทางภายในเวียดนามมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ สำหรับกรุ๊ปบริษัท การเช่าเหมารถตู้หรือรถบัสปรับอากาศพร้อมคนขับจะช่วยให้คณะเดินทางด้วยกันอย่างราบรื่น คุมเวลาได้ง่าย และดูแลความปลอดภัยของสมาชิกได้ทั่วถึง

ข้อควรระวังคือเวียดนามมีลักษณะภูมิประเทศเป็นแนวยาว หากวางแผนเดินทางข้ามภูมิภาค เช่น ระหว่างฮานอยกับโฮจิมินห์ที่รถไฟใช้เวลาวิ่งถึง 30 ชั่วโมง หรือจากภาคกลางไปเหนือและใต้ที่ใช้เวลาราว 16 ชั่วโมง การนั่งรถไฟจะกินเวลามากและทำให้ต้องเพิ่มคืนพักผ่อน ซึ่งส่งผลให้งบประมาณรวมขยับสูงขึ้น ทริปที่มีวันเดินทางจำกัดจึงควรเลือกบินในประเทศหรือเที่ยวเจาะจงเฉพาะโซนเพื่อคุมค่าใช้จ่ายและเวลา นอกจากนี้ ค่าบัตรผ่านประตูและกิจกรรมในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ค่าขึ้นกระเช้าลอยฟ้าหรือค่าธรรมเนียมเข้าชมพื้นที่ธรรมชาติ เป็นส่วนที่ควรตรวจสอบอัตราค่าบริการและระบุไว้ในแผนงบประมาณล่วงหน้า

ไปดานัง ฮานอย หรือโฮจิมินห์ ใช้งบต่างกันอย่างไร

การเลือกเมืองปลายทางมีผลต่อทั้งบรรยากาศของทริปและลักษณะการจัดสรรงบประมาณ เวียดนามมี 3 ศูนย์กลางการเดินทางหลักที่ตอบโจทย์รูปแบบการจัดทริปขององค์กรแตกต่างกันอย่างชัดเจน

ดานังและฮอยอัน เส้นทางยอดนิยมสำหรับพักผ่อน

ดานังเป็นเมืองชายทะเลภาคกลางที่โดดเด่นเรื่องการพักผ่อน มีโรงแรมและรีสอร์ทริมหาดให้เลือกหลากหลาย เหมาะกับการจัดทริปสังสรรค์และกิจกรรมกลุ่ม ส่วนฮอยอันซึ่งอยู่ใกล้เคียงเป็นเมืองเก่ามรดกโลกที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรมและบรรยากาศเดินเล่นยามค่ำคืน

ช่วงเวลาที่เที่ยวสบายและเดินเมืองง่ายคือมีนาคม - พฤษภาคม และกันยายน - ตุลาคม ส่วนช่วงมิถุนายน - สิงหาคมทะเลสวยและคลื่นสงบ ขณะที่ปลายปีช่วงพฤศจิกายน - กุมภาพันธ์มักมีฝน จึงควรเตรียมแผนสำรองสำหรับกิจกรรมในร่มไว้ด้วย จุดท่องเที่ยวไฮไลต์อย่างบานาฮิลล์ที่มีสะพานทองและโซนกิจกรรมบนเขา เป็นรายการที่ควรเช็คตารางเปิดให้บริการและเผื่อเวลาเดินทางให้เหมาะสม สามารถศึกษาข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวเพิ่มเติมได้ที่ ข้อมูลการท่องเที่ยวภาคกลางของเวียดนาม

ฮานอยและโฮจิมินห์ เส้นทางเมืองหลวงและศูนย์กลางเศรษฐกิจ

ฮานอยในภาคเหนือเป็นเมืองหลวงเก่าแก่พันปีที่เต็มไปด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และสถาปัตยกรรม เหมาะกับทริปที่อยากพาทีมไปสัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมเวียดนามแท้ๆ อากาศจะสบายเป็นพิเศษช่วงกันยายน - ตุลาคม และช่วงเมษายน - มิถุนายนก็สามารถจัดโปรแกรมเดินชมเมืองได้อย่างราบรื่น อีกทั้งยังสามารถนั่งรถต่อไปเที่ยวล่องเรือชมทัศนียภาพของอ่าวฮาลองได้อย่างสะดวก

โฮจิมินห์ในภาคใต้เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการค้า มีความทันสมัย มีโรงแรมมาตรฐานธุรกิจ ร้านอาหารจัดเลี้ยง และห้องประชุมสัมมนาพร้อมรองรับคณะขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับการเดินทางที่ผสมผสานระหว่างการดูงาน ศึกษาธุรกิจ และการท่องเที่ยวพักผ่อน สภาพอากาศอบอุ่นตลอดทั้งปีคล้ายกับประเทศไทย แต่ช่วงพฤษภาคม - พฤศจิกายนอาจมีฝนตกช่วงบ่าย จึงควรจัดตารางการเดินทางโดยใช้รถรับส่งและสถานที่ในร่มเพื่อคุมเวลาของคณะ

พาทีมไปเวียดนาม เลือกงบและเส้นทางให้ลงตัว

การจัดทริปองค์กรไปเวียดนามให้ประสบความสำเร็จ เริ่มต้นจากการกำหนดโจทย์ของคณะให้ชัดเจน ทั้งจำนวนคนในคณะ จำนวนวันเดินทาง งบประมาณต่อหัวที่ต้องการ และสไตล์การท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์สมาชิกในทีม เมื่อได้ข้อสรุปแล้ว การรวบรวมตัวแปรงบประมาณล่วงหน้าจะช่วยให้การประสานงานราบรื่นและควบคุมค่าใช้จ่ายได้ตรงตามเป้าหมาย

หากต้องการออกแบบเส้นทางและคำนวณงบประมาณให้เหมาะกับโจทย์ของคณะ ลองดูรายละเอียดของ ทัวร์เวียดนามกรุ๊ปส่วนตัว พรีเมี่ยม เพื่อวางแผนการเดินทางร่วมกับทีมงาน BENS

คำถามที่พบบ่อย

ไปเที่ยวเวียดนามต้องขอวีซ่าไหม?

สำหรับคนไทยที่ใช้พาสปอร์ตท่องเที่ยวระยะสั้นไม่เกิน 30 วัน ได้รับการยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศเวียดนาม แต่หากมีสมาชิกในทีมถือสัญชาติอื่น ควรเช็คเงื่อนไขรายบุคคลล่วงหน้า

จัดทริปเวียดนาม 3 วัน กับ 4 วัน แบบไหนคุมงบง่ายกว่า?

ทริป 3 วัน 2 คืน จะช่วยคุมงบค่าที่พักและค่าอาหารรายวันได้กระชับ เหมาะกับการเที่ยวเมืองเดียวอย่างดานังหรือฮานอย ส่วนทริป 4 วัน 3 คืน จะมีค่าโรงแรมและมื้ออาหารเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งวัน แต่ได้เวลาทำกิจกรรมกลุ่มและพักผ่อนเต็มอิ่มกว่า

ไปดานัง ฮานอย หรือโฮจิมินห์ ค่าใช้จ่ายต่างกันมากไหม?

โครงสร้างค่าใช้จ่ายพื้นฐานอย่างค่าตั๋วเครื่องบินและค่าอาหารไม่ต่างกันมาก แต่จุดต่างอยู่ที่ค่ากิจกรรมและสไตล์การเที่ยว เช่น ดานังจะมีค่าบัตรขึ้นบานาฮิลล์ ฮานอยอาจมีค่าเดินทางไปล่องเรืออ่าวฮาลอง ส่วนโฮจิมินห์จะเน้นค่าสถานที่จัดเลี้ยงในเมือง

งบทริปบริษัทไปเวียดนามควรตั้งงบเผื่อเรื่องอะไรบ้าง?

นอกจากค่าตั๋วเครื่องบิน โรงแรม และรถรับส่ง ควรตั้งงบเผื่อค่าทิปไกด์และคนขับ ค่าเข้าชมสถานที่พิเศษ ประกันการเดินทาง และค่าน้ำหนักสัมภาระเสริมสำหรับผู้ที่ต้องการโหลดกระเป๋าเพิ่ม

ค่าเดินทางในเมืองเวียดนาม สำหรับกรุ๊ปบริษัทเดินทางอย่างไรสะดวกที่สุด?

สำหรับการเดินทางทั้งคณะ การเหมารถตู้หรือรถโค้ชปรับอากาศพร้อมคนขับเป็นทางเลือกที่สะดวกและคุมเวลาได้ดีที่สุด ส่วนช่วงเวลาอิสระสามารถแนะนำให้สมาชิกใช้แท็กซี่มิเตอร์หรือเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันเพื่อความสะดวก

สนใจจัดทริป?

ปรึกษาทีมงานฟรี

สอบถาม / จองแพ็คเกจ
Line: lin.ee/G7k4PEB
LINE QR

สแกน QR หรือคลิกปุ่มด้านล่าง

โทรสอบถามได้ที่
065-459-5565