Incentive Vietnam
ภาพปกหัวหน้าทริปบริษัทใช้ Incident Response Card ประสานงานกับโรงแรมในเวียดนาม

Incident Response Card ทริปเวียดนาม เบอร์ฉุกเฉินและวิธีรับมือ

21 สิงหาคม 2569 9 นาทีอ่านคู่มือจัดทริปองค์กร

ถ้าแยกจากกลุ่มระหว่างเดินเที่ยวในเวียดนาม แล้วเปิดแชตหาเบอร์ไกด์ไม่ได้ คำถามแรกคงเป็น จะติดต่อใคร และบอกให้เขามารับตรงไหน การพก Incident Response Card หรือบัตรสรุปเบอร์ติดต่อและขั้นตอนรับมือเหตุฉุกเฉินของทริป ช่วยให้หยิบข้อมูลนั้นขึ้นมาใช้ได้ทันที ทั้งแบบกระดาษและไฟล์ภาพในมือถือ บทนี้รวมช่องข้อมูลที่ควรกรอก เบอร์ฉุกเฉินในเวียดนาม และลำดับรับมือเมื่อเจ็บป่วย หนังสือเดินทางหาย หรือพลัดหลง เพื่อให้เตรียมติดตัวก่อนออกเดินทางได้เลย

ทำไมต้องพก Incident Response Card ในทริปเวียดนาม

ลองถามตัวเองว่า ถ้ามือถือของเราดับ ยังบอกชื่อโรงแรมและหาเบอร์คนที่ช่วยประสานงานได้ไหม? การ์ดฉุกเฉินมีประโยชน์ตรงที่รวบข้อมูลจำเป็นไว้ในที่เดียว คนที่มาช่วยจึงอ่านชื่อที่พักหรือโทรหาไกด์ต่อได้ โดยเราไม่ต้องจำทุกอย่างในตอนที่กำลังตกใจ จะไปเที่ยวกับเพื่อน ครอบครัว หรือทริปบริษัท ก็เตรียมแบบเดียวกันได้

หัวหน้าทริปดูแลกรุ๊ปบริษัทระหว่างเดินชมเมืองในเวียดนามซึ่งเป็นบริบทที่ควรพก Incident Response Card
หัวหน้าทริปดูแลกรุ๊ปบริษัทระหว่างเดินชมเมืองในเวียดนามซึ่งเป็นบริบทที่ควรพก Incident Response Card

บัตรขนาดพกพาและไฟล์ภาพสำหรับเปิดในมือถือทันที

ทำเป็นบัตรขนาดนามบัตรหรือกระดาษพับที่หยิบง่ายก็ได้ เลือกขนาดให้ตัวหนังสือยังอ่านชัด โดยเฉพาะชื่อสถานที่และหมายเลขโทรศัพท์ ขนาดของการ์ดเป็นเรื่องความสะดวกในการพก ส่วนข้อมูลข้างในควรตรงกับเส้นทางที่เดินทางจริง หากเปลี่ยนโรงแรมระหว่างทริป ให้ระบุให้รู้ว่าคืนไหนพักที่ใด

สำหรับมือถือ แนะนำให้บันทึกเป็นไฟล์ภาพไว้ในเครื่องแล้วลองเปิดขณะไม่มีอินเทอร์เน็ต เก็บไว้ในตำแหน่งที่หาเจอเอง ไม่ต้องย้อนหาในแชตกลุ่ม ส่วนฉบับกระดาษพกในช่องที่หยิบออกมาอ่านได้สะดวก พร้อมเตรียมที่ชาร์จหรือแบตเตอรี่สำรองไว้ด้วย ก่อนออกเที่ยวลองให้เพื่อนเปิดไฟล์และอ่านเบอร์ติดต่อดูสักครั้ง จะเห็นทันทีว่าตัวอักษรเล็กไปหรือข้อมูลส่วนไหนยังขาด

ถ้ามีคนในกลุ่มอ่านภาษาไทยไม่คล่อง อาจใส่ชื่อที่พักตามเอกสารจองและที่อยู่ที่โรงแรมให้มาไว้คู่กัน วิธีนี้ช่วยให้ยื่นข้อมูลให้คนท้องถิ่นดูได้ตรงจุด ควรถามที่พักหรือไกด์ให้ยืนยันข้อความก่อนนำไปใช้ โดยเฉพาะชื่อสาขาของโรงแรมที่อาจทำให้ไปผิดแห่ง

ข้อมูลจำเป็นที่ต้องระบุ ทั้งชื่อที่พัก เบอร์ไกด์ และเลขกรมธรรม์ประกัน

เริ่มจากกรอกข้อมูลด้านล่างให้ครบ แล้วแยกให้ชัดว่าเบอร์ไหนเป็นคนดูแลทริป เบอร์ไหนเป็นที่พัก และเบอร์ไหนใช้ประสานกับประกัน ช่องที่ยังว่างควรขอจากผู้จัดหรือผู้ให้บริการก่อนเดินทาง อย่าเติมหมายเลขที่คาดเดาเอง

ข้อมูลบนการ์ดช่องสำหรับกรอก
ชื่อที่พักและที่อยู่ชื่อ: __________ ที่อยู่: __________
เบอร์โรงแรม__________
ไกด์ท้องถิ่นชื่อ: __________ เบอร์: __________
หัวหน้าทริปหรือ HRชื่อ: __________ เบอร์: __________
กรมธรรม์ประกันภัยการเดินทางบริษัท: __________ เลขกรมธรรม์: __________
เบอร์ติดต่อประกันจากต่างประเทศ__________
จุดนัดพบเมื่อแยกจากกลุ่มสถานที่: __________ จุดสังเกต: __________

ขอให้เจ้าของเบอร์ยืนยันหมายเลขและวิธีโทรจากโทรศัพท์ที่จะใช้จริงด้วย การมีชื่อไกด์อยู่ในแชตอย่างเดียวอาจยังไม่พอ หากเพิ่งถึงเวียดนามและอินเทอร์เน็ตยังไม่พร้อม ควรอ่านเบอร์จากกระดาษเพื่อขอความช่วยเหลือในการโทรได้ ส่วนซิมท้องถิ่นต้องใช้หนังสือเดินทางลงทะเบียน จึงควรเตรียมช่องทางติดต่อสำรองไว้ตั้งแต่ก่อนถึงปลายทาง

หากต้องส่งข้อมูลการแพ้ยาหรือรายละเอียดสุขภาพให้ผู้ประสานงาน ควรตกลงช่องทางส่งและผู้รับให้ชัด แยกข้อมูลส่วนตัวออกจากไฟล์การ์ดกลางที่แจกทั้งกลุ่ม เพื่อให้แต่ละคนส่งเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับตัวเองไปยังผู้ดูแลที่จำเป็นต้องรู้

อ่านต่อ: ข้อมูลสุขภาพผู้ร่วมทริปบริษัท ควรเก็บและส่งต่ออย่างไรให้เป็นส่วนตัว

เบอร์โทรฉุกเฉินในเวียดนาม และช่องทางติดต่อสถานทูตไทย

ควรแยกเบอร์ขอความช่วยเหลือในพื้นที่ออกจากเบอร์หน่วยงานไทยบนการ์ด เพื่อหยิบใช้ได้ตรงเหตุ หน่วยงานไทยที่ควรรู้จักคือสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย และสถานกงสุลใหญ่ ณ นครโฮจิมินห์ โดยเลือกช่องทางให้เหมาะกับเมืองหรือภูมิภาคที่ไป

กรุ๊ปบริษัทเดินทางถึงล็อบบี้โรงแรมในเวียดนามพร้อมทีมต้อนรับซึ่งเป็นจุดประสานงานสำคัญของทริป
กรุ๊ปบริษัทเดินทางถึงล็อบบี้โรงแรมในเวียดนามพร้อมทีมต้อนรับซึ่งเป็นจุดประสานงานสำคัญของทริป

หมายเลขฉุกเฉิน ตำรวจ ดับเพลิง และรถพยาบาลในเวียดนาม

หมายเลขฉุกเฉินที่ใช้ในเวียดนามมีดังนี้ ควรใส่ชื่อบริการคู่กับเบอร์เสมอ เพื่อให้คนที่ไม่คุ้นกับหมายเลขเลือกโทรได้ทันที

บริการฉุกเฉินหมายเลข
ตำรวจ113
ดับเพลิง114
รถพยาบาล115

เมื่อขอความช่วยเหลือ ให้เตรียมบอกว่าเกิดอะไรขึ้น อยู่ที่ไหน และติดต่อกลับได้อย่างไร ถ้ากังวลเรื่องภาษา ให้ไกด์หรือเจ้าหน้าที่ที่พักช่วยสื่อสารกับหน่วยงานในพื้นที่ ระบุตำแหน่งด้วยชื่อสถานที่และจุดสังเกตที่เห็นจริง จะช่วยให้คนที่รับสายเข้าใจว่าเราอยู่ตรงไหน

รหัสประเทศเวียดนามคือ +84 ส่วนรูปแบบการโทรที่ระบุสำหรับภายในเวียดนามคือ 0 + รหัสพื้นที่ + หมายเลขโทรศัพท์ และการโทรออกต่างประเทศคือ 00 + รหัสประเทศ + รหัสพื้นที่ + หมายเลขโทรศัพท์ ก่อนแจกการ์ดควรให้ผู้ประสานงานยืนยันรูปแบบของแต่ละเบอร์ โดยเฉพาะเบอร์ที่คัดลอกมามีทั้งรหัสประเทศและเลขในวงเล็บ

สายด่วนคุ้มครองคนไทย สถานเอกอัครราชทูตฮานอยและสถานกงสุลใหญ่โฮจิมินห์

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย เป็นช่องทางสำหรับคนไทยในเวียดนามตอนเหนือ เก็บข้อมูลไว้ทั้งเบอร์และที่อยู่ เผื่อต้องใช้ติดต่อเรื่องเอกสารหรือขอคำแนะนำ

• โทรในเวลาราชการ: 0243 823 5095

• เบอร์ฉุกเฉินสำหรับคนไทย: 090-454-4800

• ที่อยู่: 26 Phan Boi Chau St. Hoan Kiem Hanoi

สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโฮจิมินห์ เป็นช่องทางสำหรับนครโฮจิมินห์และภาคใต้ แยกเบอร์ในเวลาราชการกับเบอร์ฉุกเฉินนอกเวลาไว้คนละบรรทัด จะหยิบใช้ได้ง่ายกว่า

• โทรในเวลาราชการ: +84 28 3932 7637 กด 0

• เบอร์ฉุกเฉินนอกเวลาราชการและวันหยุด: (+84) 36 696 4621

• LINE: @lhx2524p

• ที่อยู่: 77 Tran Quoc Thao Street, District 3, Ho Chi Minh City

ข้อมูลติดต่อชุดนี้ตรวจสอบเมื่อ 6 ก.ย. 2026 ก่อนเดินทางให้เช็คกับหน่วยงานอีกครั้ง และแก้ทั้งไฟล์ภาพกับฉบับกระดาษให้ตรงกัน หากเส้นทางคร่อมหลายภูมิภาค ควรถามหน่วยงานไทยว่าพื้นที่ที่ไปอยู่ในความดูแลของที่ใด จะได้ไม่เสียเวลาติดต่อผิดแห่ง ส่วนสายด่วนนอกเวลาราชการให้ใช้ตามวัตถุประสงค์ฉุกเฉินที่หน่วยงานระบุ

ขั้นตอนรับมือ 3 เหตุการณ์ฉุกเฉินระหว่างเดินทาง

เหตุที่เตรียมลำดับรับมือไว้ได้คือเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุ หนังสือเดินทางสูญหาย และพลัดหลงจากกลุ่ม ควรย่อขั้นตอนที่เกี่ยวกับตัวเองไว้บนการ์ด แล้วเก็บรายละเอียดเอกสารแยกไว้ในที่ที่เปิดดูได้สะดวก เมื่อเกิดเหตุให้เริ่มจากความปลอดภัยของคนก่อน จากนั้นค่อยประสานเรื่องการเดินทางและเอกสาร

คอลลาจสถานที่ล้วนแสดงสนามบิน เมือง และที่พักในเวียดนามซึ่งต้องมี contact และจุดนัดพบแยกกัน
คอลลาจสถานที่ล้วนแสดงสนามบิน เมือง และที่พักในเวียดนามซึ่งต้องมี contact และจุดนัดพบแยกกัน

กรณีเจ็บป่วยกะทันหันหรือเกิดอุบัติเหตุ พร้อมวิธีติดต่อโรงพยาบาล

หากต้องการรถพยาบาล ให้ใช้หมายเลขในตารางฉุกเฉิน และแจ้งไกด์หรือเจ้าหน้าที่ที่พักให้ช่วยประสานตำแหน่ง เมื่อพูดคุยกับผู้ช่วยเหลือ บอกอาการที่เกิดขึ้นจริงและจุดที่อยู่ให้ชัด ส่วนการเลือกวิธีรักษาให้ทีมแพทย์เป็นผู้ประเมิน

ถ้าต้องการความช่วยเหลือในการหาโรงพยาบาล ให้ติดต่อไกด์ โรงแรม หรือบริษัทประกันตามเบอร์บนการ์ด เมืองใหญ่ในเวียดนามมีคลินิกและโรงพยาบาลที่รองรับนักท่องเที่ยว รวมถึงบุคลากรที่พูดภาษาอังกฤษได้ แต่ควรถามสถานพยาบาลที่จะไปโดยตรงว่ารับดูแลกรณีของเราได้หรือไม่ และต้องนำเอกสารอะไรไปบ้าง

ระหว่างประสานงาน ใช้ลำดับสั้น ๆ นี้ช่วยจัดการเรื่องที่เกี่ยวข้องได้

• ให้คนที่อยู่ด้วยแจ้งหัวหน้าทริปว่าเกิดเหตุที่ไหน และกำลังไปสถานพยาบาลใด

• เตรียมข้อมูลประกันและเอกสารประจำตัวที่มีให้ผู้ประสานงานใช้ตามความจำเป็น

• ติดต่อบริษัทประกันเพื่อถามขั้นตอนและเอกสารที่ต้องเก็บสำหรับกรณีนั้น

• หากต้องเปลี่ยนแผนกลับไทย ให้หารือกับแพทย์และผู้ดูแลการเดินทางก่อนยืนยันเที่ยวบิน

สถานทูตช่วยประสานงานตามความเหมาะสมได้ สำหรับผู้ป่วยที่ต้องการเดินทางกลับไทย ต้องได้รับคำยืนยันจากแพทย์ว่าสามารถขึ้นเครื่องบินและกลับประเทศไทยได้ จึงไม่ควรสรุปเองว่าเปลี่ยนตั๋วแล้วเดินทางได้ทันที

ก่อนออกทริป ผู้จัดอาจทบทวนระยะเดินและกิจกรรมร่วมกับคนในกลุ่มด้วย โดยเฉพาะคนที่อยากลดการเดินหรือพักระหว่างวัน รายละเอียดการจัดกิจกรรมให้เหมาะกับอากาศและกำลังของผู้ร่วมทริปอ่านต่อได้ที่บทนี้

อ่านต่อ: อากาศร้อนและ Walking Load ในทริปเวียดนาม HR ควรวาง Policy อย่างไร

กรณีหนังสือเดินทางสูญหาย ขั้นตอนขอใบแจ้งความและเอกสารเดินทางฉุกเฉิน (ETD)

เอกสารที่ใช้ในขั้นตอนนี้มีชื่อทางการว่า เอกสารเดินทางฉุกเฉิน (Emergency Travel Document: ETD) เมื่อรู้ว่าหนังสือเดินทางหาย ให้แจ้งหัวหน้าทริปหรือเพื่อนที่เดินทางด้วย และติดต่อหน่วยงานไทยเพื่อขอคำแนะนำสำหรับพื้นที่ที่อยู่ ขั้นตอนที่สถานทูตฮานอยระบุมีลำดับดังนี้

• แจ้งความที่สถานีตำรวจเวียดนามเพื่อขอใบแจ้งความ

• ติดต่อสถานทูตเพื่อขอ ETD และหนังสือรับรอง

• นำเอกสารไปติดต่อหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองเวียดนามเพื่อขอ Exit Visa หรือเอกสารอนุญาตออกจากเวียดนามหลังใช้ ETD

เอกสารประกอบที่ระบุไว้ ได้แก่ ใบแจ้งความจากตำรวจเวียดนาม สำเนาหนังสือเดินทางที่สูญหาย บัตรประจำตัวประชาชนไทย และสำเนาการสำรองบัตรโดยสารเครื่องบินที่ใช้เดินทางเข้าเวียดนาม รวมถึงเที่ยวบินที่คาดว่าจะออกจากเวียดนาม ควรติดต่อเจ้าหน้าที่ให้ยืนยันรายการและวิธียื่นตามกรณีของตัวเองก่อนเข้าไปดำเนินการ

ถ้าเอกสารบางชิ้นหายไปพร้อมกัน ให้บอกเจ้าหน้าที่ตรง ๆ ว่ายังมีอะไรอยู่บ้าง แล้วขอคำแนะนำเรื่องหลักฐานที่ต้องเตรียมเพิ่มเติม การเก็บสำเนาเอกสารแยกจากต้นฉบับไว้ก่อนออกเดินทางช่วยให้ค้นข้อมูลส่งต่อได้ แต่ยังต้องดำเนินการตามขั้นตอนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เมื่อได้รับ ETD แล้ว ยังมีขั้นตอนขอ Exit Visa ต่อ จึงควรแจ้งผู้ดูแลทริปและสายการบินว่ากำลังดำเนินเรื่องเอกสาร อย่าเพิ่งยืนยันวันเดินทางออกจากเวียดนามจากการคาดเดาระยะเวลาดำเนินการ ให้เช็คความพร้อมกับเจ้าหน้าที่ก่อนปรับแผน

กรณีพลัดหลงจากกลุ่ม การส่งตำแหน่งที่อยู่และการนัดพบจุดปลอดภัย

ถ้าไม่เห็นกลุ่มแล้ว ให้หยุดในจุดที่ปลอดภัยและติดต่อคนตามเบอร์บนการ์ดก่อนเดินตามหา ส่งตำแหน่งที่อยู่พร้อมชื่อสถานที่หรือภาพจุดสังเกต เช่น ป้ายชื่อโรงแรมที่ยืนอยู่ แล้วบอกว่าจะรอที่เดิมหรือกำลังย้ายไปไหน เพื่อไม่ให้คนที่มาตามหาไปคนละจุด

ข้อความที่ใช้ได้อาจเป็น “ตอนนี้อยู่หน้าโรงแรมตามชื่อในภาพ จะรอตรงบริเวณที่แจ้งไว้ ติดต่อกลับที่เบอร์บนการ์ดได้เลย” ปรับให้ตรงกับสถานการณ์จริง หากอินเทอร์เน็ตใช้ไม่ได้ ให้ใช้เบอร์โทรที่เตรียมไว้ หรือขอให้เจ้าหน้าที่ที่พักช่วยติดต่อไกด์ พร้อมแสดงข้อมูลบนฉบับกระดาษ

ตกลงกับผู้ประสานงานให้ชัดว่าจะให้ใครมาพบ หรือจะเดินทางไปยังจุดนัดหมายใด ถ้าต้องย้ายเพราะจุดเดิมไม่ปลอดภัย ให้แจ้งตำแหน่งใหม่เมื่อทำได้ ส่วนคนในกลุ่มควรมีผู้ประสานหลักคอยรวบรวมข่าว เพื่อให้ทุกคนรับรู้ตำแหน่งล่าสุดตรงกัน

หากเป็นสถานการณ์ไม่ปลอดภัยในพื้นที่ ให้ติดตามคำแนะนำของหน่วยงานท้องถิ่นและหน่วยงานไทย อยู่ในที่พักหรือบริเวณปลอดภัย พกอุปกรณ์สื่อสารและเอกสารประจำตัวไว้พร้อม หากมีการกำหนดจุดรวมตัวโดยสถานกงสุลใหญ่ฯ หรือเทศบาลท้องถิ่น ให้ทำตามคำแนะนำเรื่องจุดนัดหมายนั้น และแจ้งคนที่เดินทางด้วยให้รู้ความเคลื่อนไหวของเรา

วางแผนทริปองค์กรไปเวียดนาม อุ่นใจด้วยระบบดูแลความปลอดภัยตลอดเส้นทาง

สำหรับทริปบริษัท การ์ดจะใช้ประโยชน์ได้เต็มที่เมื่อคนในกลุ่มรู้ว่าใครรับประสานงาน และผู้ดูแลมีข้อมูลโรงแรม ไกด์ และช่องทางช่วยเหลือตรงกับเมืองที่ไป ก่อนเดินทางควรคุยกันถึงวิธีดูแลคนที่ต้องแยกจากโปรแกรม พร้อมตกลงว่าจะส่งข่าวให้ผู้ร่วมทริปที่เหลืออย่างไร ประเด็นเหล่านี้นำไปคุยกับ BENS เพื่อวางระบบดูแลให้เหมาะกับเส้นทางได้

เริ่มดูแนวทางจัดทริปและเส้นทางที่สนใจ แล้วแจ้งเมืองที่จะไปกับความต้องการดูแลผู้ร่วมเดินทาง เพื่อหารือรายละเอียดการประสานงานก่อนออกทริป

• บริการบริหารจัดการการเดินทางสำหรับองค์กร

• โปรแกรมทัวร์เวียดนามสำหรับองค์กร

• ติดต่อเรา

คำถามที่พบบ่อย

Incident Response Card ต้องทำเป็นบัตรขนาดนามบัตรไหม?

เลือกขนาดที่พกสะดวกและอ่านข้อความได้ชัดก็ได้ แนะนำให้มีทั้งฉบับกระดาษและไฟล์ภาพที่บันทึกในเครื่อง แล้วลองเปิดโดยไม่มีอินเทอร์เน็ตก่อนเดินทาง

เบอร์ฉุกเฉินในเวียดนามมีเบอร์อะไรบ้าง?

ตำรวจโทร 113 ดับเพลิงโทร 114 และรถพยาบาลโทร 115 ควรบันทึกชื่อบริการคู่กับหมายเลข พร้อมเตรียมชื่อสถานที่และตำแหน่งที่อยู่สำหรับแจ้งผู้รับสาย

พาสปอร์ตหายที่เวียดนามต้องเริ่มจากอะไร?

แจ้งความกับตำรวจเวียดนามเพื่อขอใบแจ้งความ แล้วติดต่อหน่วยงานไทยเพื่อขอคำแนะนำ ขั้นตอนที่สถานทูตฮานอยระบุคือขอเอกสารเดินทางฉุกเฉิน ETD และหนังสือรับรอง ก่อนนำไปขอ Exit Visa กับหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองเวียดนาม

คนไทยในเวียดนามติดต่อสถานทูตหรือสถานกงสุลที่ไหนได้บ้าง?

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอยเป็นช่องทางสำหรับเวียดนามตอนเหนือ มีเบอร์ฉุกเฉิน 090-454-4800 ส่วนสถานกงสุลใหญ่ ณ นครโฮจิมินห์ดูแลนครโฮจิมินห์และภาคใต้ เบอร์ฉุกเฉินนอกเวลาราชการและวันหยุดคือ (+84) 36 696 4621 ควรเช็คช่องทางและพื้นที่รับผิดชอบก่อนเดินทาง

บนการ์ดทริปบริษัทควรกรอกข้อมูลอะไรเพิ่ม?

ใส่ชื่อและที่อยู่โรงแรม เบอร์ที่พัก ไกด์ท้องถิ่น หัวหน้าทริปหรือ HR เลขกรมธรรม์ และเบอร์ติดต่อประกันจากต่างประเทศ พร้อมจุดนัดพบที่ตกลงกันไว้ ให้ผู้ประสานงานยืนยันข้อมูลก่อนแจกแก่ผู้ร่วมทริป

สนใจจัดทริป?

ปรึกษาทีมงานฟรี

สอบถาม / จองแพ็คเกจ
Line: lin.ee/G7k4PEB
LINE QR

สแกน QR หรือคลิกปุ่มด้านล่าง

โทรสอบถามได้ที่
065-459-5565