Incentive Vietnam
ภาพปก HR และผู้ประสานงานทริปเวียดนามออกแบบการส่งต่อข้อมูลสุขภาพแบบจำกัดสิทธิบนหน้าจอที่ไม่มีข้อมูลส่วนบุคคลอ่านได้

ข้อมูลสุขภาพผู้ร่วมทริปบริษัท ควรเก็บและส่งต่ออย่างไรให้เป็นส่วนตัว

13 สิงหาคม 2569 11 นาทีอ่านคู่มือจัดทริปองค์กร

ก่อนมื้อเย็นของทริปเวียดนาม ร้านอาหารขอรายชื่อคนแพ้อาหาร แต่ไฟล์ที่ผู้จัดถืออยู่มีทั้งโรคประจำตัวและยาที่เพื่อนร่วมงานใช้ คำถามคือ ส่งให้ร้านแค่ไหนถึงจะดูแลมื้ออาหารได้ โดยไม่เปิดเรื่องส่วนตัวเกินจำเป็น การเก็บข้อมูลสุขภาพผู้ร่วมทริปบริษัทให้เคารพ privacy หรือความเป็นส่วนตัว เริ่มจากขอเฉพาะที่ใช้ดูแลการเดินทาง มีฐานกฎหมายที่เหมาะสม แจ้งการใช้งานให้ชัด และแยกข้อมูลตามหน้าที่ของคนรับ บทนี้ชวนไล่ตั้งแต่แบบฟอร์มก่อนออกเดินทาง การประสานอาหารและเหตุฉุกเฉิน ไปจนถึงการตามลบข้อมูลหลังกลับ

จัดการข้อมูลสุขภาพยังไงให้ปลอดภัยตามหลัก privacy และ PDPA

ข้อมูลสุขภาพที่เชื่อมโยงกลับไปหาผู้ร่วมทริปได้เป็นข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว ซึ่งต้องคุ้มครองมากกว่าข้อมูลทั่วไป ภายใต้ PDPA หรือกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของไทย การมีรายชื่อพนักงานอยู่แล้วจึงไม่ได้แปลว่าจะขอประวัติสุขภาพมาแนบเพิ่มได้ทุกเรื่อง

ก่อนเปิดฟอร์ม ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ DPO และฝ่ายกฎหมายขององค์กรยืนยันฐานกฎหมายที่ใช้จริง รวมถึงเงื่อนไขความยินยอม การโอนข้อมูลข้ามประเทศ และระยะเวลาเก็บตามบริบทของทริป แล้วจึงนำมาเขียนเป็นขั้นตอนให้ทีมทำตาม

ขอความยินยอมจากผู้ร่วมทริปบริษัทผ่านแบบฟอร์มยินยอมแยกต่างหาก

เมื่อใช้ความยินยอมเป็นฐานในการเก็บข้อมูลสุขภาพ ต้องเป็นความยินยอมโดยชัดแจ้ง ให้ผู้ร่วมทริปตัดสินใจเฉพาะเรื่องนั้นอย่างชัดเจน ส่วนข้อยกเว้นต้องพิจารณาตามเงื่อนไขกฎหมาย ไม่ใช้คำว่า “เพื่อความปลอดภัย” เป็นเหตุขอข้อมูลได้ทั้งหมด

วิธีเตรียมฟอร์มที่นำไปปรับใช้ได้คือ แยกส่วนยินยอมเรื่องสุขภาพออกจากใบลงทะเบียนทั่วไป ระบุว่าจะขอข้อมูลอะไร ใช้ทำอะไร และมีตัวเลือกยินยอมหรือไม่ยินยอมให้เห็นชัด คนกรอกควรอ่านแล้วเข้าใจว่ากำลังอนุญาตเรื่องใด ไม่ต้องเดาจากช่องตอบรับร่วมทริปเพียงช่องเดียว

แจ้งวัตถุประสงค์การใช้ข้อมูลในเอกสารแจ้งการประมวลผลก่อนเริ่มเก็บ

Privacy Notice คือประกาศแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ให้ผู้ร่วมทริปอ่านก่อนส่งข้อมูล โดยอธิบายวัตถุประสงค์ ฐานกฎหมาย รายการที่ขอ ระยะเวลาเก็บ และการเปิดเผยข้อมูลให้ใครทราบ ใช้ภาษาที่คนอ่านเชื่อมกับทริปได้ เช่น เตรียมมื้ออาหารตามข้อจำกัด หรือประสานความช่วยเหลือระหว่างเดินทาง

ลองอ่านฟอร์มในมุมเพื่อนร่วมงานว่า “ใครจะเปิดดูคำตอบของฉัน และกลับมาแล้วข้อมูลยังอยู่ไหม?” ถ้าฟอร์มยังตอบไม่ได้ ให้เติมรายละเอียดก่อนเปิดรับคำตอบ การระบุเพียงว่าใช้จัดทริปกว้างเกินกว่าจะทำให้คนกรอกเข้าใจว่าจะนำเรื่องสุขภาพของเขาไปใช้อย่างไร

แนวทางนี้ใช้เตรียมงานให้คุยกันรู้เรื่อง ส่วนฐานกฎหมาย ความยินยอม การส่งข้อมูลข้ามประเทศ สัญญากับผู้รับ และระยะเวลาเก็บจริง ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือ DPO และฝ่ายกฎหมายขององค์กรทบทวนก่อนใช้ บทความให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช้แทนคำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี

ทีมองค์กรประชุมวางแผนการเก็บและจำกัดสิทธิข้อมูลผู้ร่วมทริปเวียดนาม โดยไม่มีข้อมูลส่วนบุคคลปรากฏในภาพ
ทีมองค์กรประชุมวางแผนการเก็บและจำกัดสิทธิข้อมูลผู้ร่วมทริปเวียดนาม โดยไม่มีข้อมูลส่วนบุคคลปรากฏในภาพ

คัดกรองเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นต่อความปลอดภัยในการเดินทาง

เริ่มจากถามตัวเองว่า ข้อมูลแต่ละช่องจะทำให้เราเตรียมการดูแลอะไรต่างออกไป ถ้าไม่มีคำตอบที่เกี่ยวกับทริป ก็ยังไม่จำเป็นต้องเพิ่มช่องนั้น วิธีนี้ช่วยแปลงหลักเก็บข้อมูลเท่าที่จำเป็นให้เป็นแบบฟอร์มสั้น ๆ ที่คนกรอกสบายใจและคนจัดนำไปใช้ต่อได้

ข้อมูลโรคประจำตัวที่อาจกำเริบระหว่างเดินทางและยาประจำตัวที่ต้องพก

ขอเฉพาะเรื่องที่อาจกระทบการเดินทางหรือการช่วยเหลือ เช่น อาการที่ต้องดูแลเป็นพิเศษและข้อมูลยาที่จำเป็นต่อการประสานเมื่อเกิดเหตุ ไม่ต้องขอประวัติการรักษาทั้งหมดเพียงเพราะผู้เดินทางแจ้งว่ามีโรคประจำตัว

ถ้ามีโรคประจำตัวหรืออาการแพ้ ให้ปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลเรื่องเอกสารและยาที่เหมาะกับการเดินทาง และเช็คข้อกำหนดปลายทางก่อนจัดกระเป๋า ผู้จัดช่วยแจ้งให้เตรียมตัวได้โดยไม่ต้องขอสำเนาเอกสารทุกคนมาเก็บรวม คำแนะนำนี้เป็นการเตรียมงานทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำสั่งรักษา การใช้ยาและความพร้อมเดินทางต้องยืนยันกับบุคลากรทางการแพทย์ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม

รายการแพ้อาหารและข้อจำกัดด้านโภชนาการสำหรับจัดเตรียมมื้ออาหาร

แยกคำถามเรื่องแพ้อาหารออกจากอาหารที่ไม่สะดวกกิน เพื่อให้คนประสานร้านเข้าใจสิ่งที่ต้องเตรียมตรงกัน ขอให้ผู้ร่วมทริประบุข้อจำกัดที่เกี่ยวกับมื้ออาหารเท่าที่จำเป็น และเปิดช่องให้คุยส่วนตัวหากมีรายละเอียดที่ต้องอธิบายเพิ่ม

ตารางนี้เป็นตัวอย่างสำหรับออกแบบการดูแลข้อมูล ให้เติมชื่อผู้รับผิดชอบและกำหนดเวลาที่องค์กรยืนยันก่อนใช้จริง เงื่อนไขในตารางเป็นแนวทางทำงาน ไม่ใช่กำหนดเวลาตามกฎหมายสำหรับทุกทริป

ข้อมูลวัตถุประสงค์ผู้เข้าถึงเงื่อนไขเก็บรักษาการลบและหลักฐานปิดงาน
อาการที่ต้องดูแลระหว่างเดินทางเตรียมประสานความช่วยเหลือ ไม่ขอประวัติการรักษาทั้งหมดผู้ประสานงานหลักและผู้รับช่วงที่ต้องใช้ระหว่างที่ยังต้องใช้ดูแลตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งลบคำตอบและสำเนาเมื่อหมดความจำเป็น บันทึกผู้ดำเนินการและผล
ยาประจำตัวที่จำเป็นต่อการช่วยเหลือส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้ผู้รักษาเมื่อเกิดเหตุผู้ถือข้อมูลจำเป็น และบุคลากรทางการแพทย์เมื่อใช้ช่วยเหลือทบทวนเมื่อจบการประสาน หากต้องใช้ต่อให้ระบุเหตุผลและกำหนดทบทวนลบส่วนที่หมดหน้าที่ตามนโยบายองค์กร พร้อมบันทึกส่วนที่ยังต้องเก็บ
อาหารที่แพ้หรือมีข้อจำกัดเตรียมมื้ออาหารให้ตรงข้อจำกัดคนประสานอาหาร ร้านหรือโรงแรมเห็นเฉพาะข้อมูลที่ต้องใช้จนหมดความจำเป็นในการประสานมื้ออาหารตามที่แจ้งไว้ลบรายการและตามผู้รับให้จัดการสำเนา บันทึกผลตอบกลับโดยไม่แนบข้อมูลสุขภาพซ้ำ
อ่านต่อ: อากาศร้อนและ Walking Load ในทริปเวียดนาม HR ควรวาง Policy อย่างไร

การจำกัดสิทธิ์เข้าถึงและการส่งต่อข้อมูลให้บุคคลภายนอก

ไฟล์เดียวส่งให้ทุกฝ่ายอาจสะดวกตอนเตรียมงาน แต่ข้อมูลที่แต่ละคนต้องใช้ต่างกัน ร้านอาหารต้องรู้ข้อจำกัดของมื้ออาหาร ส่วนผู้ประสานงานช่วยเหลืออาจต้องใช้ข้อมูลสุขภาพอีกส่วน จึงควรแยกชุดข้อมูลที่จะส่งก่อนกดแชร์

ลองใช้คำถามต่อไปนี้ตัดสินใจก่อนส่งข้อมูลแต่ละชุด และจดคำตอบลงรายการส่งต่อที่จำกัดสิทธิ์

• ใครรับผิดชอบข้อมูล และจะใช้ทำอะไร? ถ้ายังบอกไม่ได้ ให้พักการขอหรือส่งข้อมูลส่วนนั้นไว้ก่อน

• ผู้รับต้องเห็นรายละเอียดระดับไหน? ถ้าจัดอาหารได้ด้วยจำนวนมื้อและข้อจำกัด ให้ส่งเพียงเท่านั้น ถ้าต้องจับคู่รายคนจึงใช้รหัส และเก็บรายการเทียบชื่อแยกไว้

• ผู้รับใช้ได้ช่วงไหน? ระบุหน้าที่และช่วงที่ต้องเข้าถึง เมื่อพ้นหน้าที่ให้ถอนสิทธิ์ ก่อนส่งไปต่างประเทศให้ใช้เงื่อนไขที่ DPO หรือฝ่ายกฎหมายยืนยันแล้ว

• เมื่อไรหมดความจำเป็น และใครตามลบ? ระบุเหตุให้ยุติการเก็บ ผู้ติดตามสำเนา และหลักฐานผลการลบ หากยังมีงานค้างให้แยกเฉพาะข้อมูลที่ต้องใช้ต่อ

ถ้าเป็นเหตุฉุกเฉิน ให้ใช้ขั้นตอนช่วยเหลือในหัวข้อถัดไป โดยให้คนที่มีหน้าที่เข้าถึงข้อมูลจำเป็นได้ตามแผนที่เตรียมไว้

แยกบัตรข้อมูลฉุกเฉินจากไฟล์วางแผนอาหาร ให้ผู้ดูแลหลักและคนรับช่วงเปิดเฉพาะเมื่อจำเป็น ส่งผ่านช่องทางเข้ารหัสที่องค์กรอนุมัติ แล้วบันทึกการเปิดใช้และทบทวนสิทธิ์หลังส่งต่อ ตัวอย่างข้อความถึงผู้รับ: “ส่งข้อมูลเฉพาะที่ใช้ประสานเรื่องนี้ กรุณายืนยันคนรับผิดชอบและแจ้งเมื่อจัดการสำเนาหลังหมดหน้าที่แล้ว”

กำหนดสิทธิ์ให้เฉพาะผู้ประสานงานหลักและไม่ส่งข้อมูลลงในกลุ่มสนทนารวม

กำหนดคนดูแลข้อมูลหลักและผู้รับช่วงงานตามความจำเป็น ให้สิทธิ์เฉพาะข้อมูลที่ต้องใช้จริง พร้อมทบทวนสิทธิ์เมื่อหน้าที่เปลี่ยน แนะนำให้ใช้บัญชีที่ระบุตัวผู้เข้าถึงได้ และเช็คว่าลิงก์ไฟล์ไม่ได้เปิดให้ทุกคนที่ได้รับลิงก์เข้าดู

กลุ่มสนทนารวมใช้แจ้งกำหนดการได้ แต่ไม่ควรใช้ส่งคำตอบแบบฟอร์มสุขภาพ รูปใบรับรองแพทย์ หรือรายชื่อพร้อมโรคประจำตัว ถ้ามีข้อมูลที่ต้องคุยต่อ ให้ย้ายไปช่องทางเฉพาะระหว่างคนที่รับผิดชอบเรื่องนั้น การดูแลนี้ครอบคลุมทั้งไฟล์ แบบฟอร์มออนไลน์ แชต และกระดาษที่พกติดตัว

ส่งต่อข้อมูลแพ้อาหารให้โรงแรมและร้านอาหารโดยไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวเกินจำเป็น

ในทางปฏิบัติ ลองเริ่มจากส่งจำนวนมื้อกับข้อจำกัดอาหารก่อน ถ้าต้องจับคู่มื้อกับคนรับ อาจใช้รหัสผู้เดินทาง แล้วให้ผู้ประสานงานเก็บรายการเทียบชื่อไว้ในวงจำกัด ไม่แนบรายชื่อพนักงานทั้งหมดพร้อมประวัติสุขภาพไปด้วย รหัสที่ยังเชื่อมกลับหาคนได้ก็ยังต้องดูแลการเข้าถึง

ก่อนส่งให้ร้านหรือโรงแรม เช็คว่าปลายทางเป็นคนรับผิดชอบอาหารจริง และขอให้ยืนยันว่าจัดตามข้อจำกัดได้หรือไม่ หากยังไม่ชัดให้ประสานต่อก่อนสรุปมื้ออาหาร การส่งข้อมูลไปแล้วเพียงอย่างเดียวไม่ได้ยืนยันว่าร้านจัดให้ได้ตามที่ขอ ส่วนการประสานประกัน ให้แยกข้อมูลตามเรื่องที่ต้องดำเนินการ ไม่พ่วงแบบฟอร์มสุขภาพทั้งชุดไปกับรายชื่อทั่วไป

คอลลาจคนล้วนแสดงจุดประสานคณะที่สนามบิน จุดเช็คอินโรงแรม และไกด์นำกลุ่มในเวียดนาม ซึ่งต้องจำกัดข้อมูลตามหน้าที่
คอลลาจคนล้วนแสดงจุดประสานคณะที่สนามบิน จุดเช็คอินโรงแรม และไกด์นำกลุ่มในเวียดนาม ซึ่งต้องจำกัดข้อมูลตามหน้าที่

ข้อยกเว้นกรณีฉุกเฉินและการส่งต่อข้อมูลให้แพทย์เพื่อรักษาชีวิต

ข้อมูลที่เก็บไว้อย่างจำกัดควรเรียกใช้ได้โดยคนที่มีหน้าที่ช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุ จึงควรตกลงกันก่อนออกเดินทางว่าใครถือข้อมูลจำเป็น ใครรับช่วงหากติดต่อคนหลักไม่ได้ และจะส่งให้บุคลากรทางการแพทย์ผ่านช่องทางใด

การส่งต่อข้อมูลเมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือหมดสติโดยไม่ต้องรอขอความยินยอมซ้ำ

กรณีข้อมูลสุขภาพ กฎหมายมีข้อยกเว้นเมื่อจำเป็นเพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพ และเจ้าของข้อมูลไม่สามารถให้ความยินยอมได้ในขณะนั้น เช่น หมดสติจากอุบัติเหตุ จึงอาจส่งข้อมูลที่จำเป็นให้แพทย์เพื่อช่วยเหลือได้โดยไม่ต้องรอขอความยินยอมซ้ำ

คำว่า “ฉุกเฉิน” ไม่ได้เปิดให้ส่งข้อมูลทุกอย่างหรือส่งให้ทุกคน ให้จำกัดเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับการช่วยเหลือครั้งนั้น เช่น ข้อมูลโรค ยา หรืออาการแพ้ที่จำเป็นต่อการรักษา หากผู้เดินทางยังให้ความยินยอมได้ อย่าเหมารวมว่าเข้าเงื่อนไขเดียวกับกรณีหมดสติ

ขั้นตอนประสานงานส่งต่อผู้ป่วยไปยังสถานพยาบาลในพื้นที่อย่างปลอดภัย

เตรียมช่องทางติดต่อสถานพยาบาลให้ตรงกับพื้นที่ของทริปก่อนเดินทาง และเช็คข้อมูลกับสถานพยาบาลโดยตรงเมื่อจะใช้บริการ แนวทางประสานงานต่อไปนี้ช่วยให้คนดูแลรู้หน้าที่ของตัวเองเมื่อเกิดเหตุ

• ประสานความช่วยเหลือในพื้นที่: แจ้งสถานที่และสถานการณ์ให้ผู้ให้ความช่วยเหลือทราบ แล้วทำตามคำแนะนำเรื่องการนำส่ง

• ให้คนรับผิดชอบส่งข้อมูลจำเป็น: ส่งข้อมูลที่เกี่ยวกับการรักษาให้แพทย์หรือสถานพยาบาลโดยตรง ลดการส่งผ่านหลายคนในกรุ๊ป

• บันทึกการส่งต่อ: จดว่าส่งข้อมูลส่วนใด ให้ใคร และเพื่อช่วยเหลือเรื่องอะไร โดยเก็บบันทึกในช่องทางที่จำกัดการเข้าถึง

หากต้องการความช่วยเหลือด้านการประสานกรณีคนไทยเจ็บป่วยในเวียดนาม สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่กงสุลของสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงฮานอย ซึ่งช่วยประสานงานตามความเหมาะสม โดยฮานอยดูแลฝั่งเหนือ ส่วนฝั่งใต้เป็นพื้นที่ดูแลของสถานกงสุลใหญ่ ณ นครโฮจิมินห์ ให้เช็คหน่วยงานและช่องทางติดต่อทางการที่รับผิดชอบพื้นที่ของทริปก่อนเดินทาง

ลบและทำลายข้อมูลสุขภาพเมื่อหมดความจำเป็นตามวัตถุประสงค์

ให้กำหนดการลบจากจุดที่ข้อมูลหมดความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ โดยให้ DPO หรือฝ่ายกฎหมายยืนยันระยะเวลาและข้อยกเว้นที่ใช้กับองค์กรก่อนเปิดฟอร์ม หากบริษัทเลือกให้ลบทันทีหลังจบทริปสำหรับข้อมูลที่หมดหน้าที่แล้ว ให้ระบุชัดว่าเป็นนโยบายภายใน ไม่ใช่เส้นตายตามกฎหมายที่ใช้กับทุกทริป

การลบไฟล์และทำลายแบบฟอร์มสุขภาพเมื่อไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน

เมื่อภารกิจที่ต้องใช้ข้อมูลจบลง ให้ลบไฟล์หรือทำลายแบบฟอร์มตามวิธีที่องค์กรกำหนด ถ้ายังมีเรื่องที่จำเป็นต้องดำเนินการต่อ ให้แยกข้อมูลส่วนนั้น พร้อมระบุเหตุผลและกำหนดเวลาทบทวน อย่าเก็บทุกคำตอบไว้ต่อเพียงเพราะยังปิดงานบางเรื่องไม่เสร็จ

ควรให้คนรับผิดชอบไล่ตามแหล่งที่ใช้จริง ทั้งคำตอบในแบบฟอร์ม ไฟล์ที่ดาวน์โหลด สำเนาที่ส่งให้คนรับช่วง และเอกสารกระดาษ รวมถึงตามผู้รับภายนอกให้จัดการสำเนาเมื่อหมดหน้าที่ การย้ายไฟล์ไปโฟลเดอร์เก่าอย่างเดียวยังทำให้ข้อมูลคงอยู่

การตรวจสอบเพื่อยืนยันว่าไม่มีข้อมูลสุขภาพตกค้างในระบบหรืออุปกรณ์ส่วนตัว

ทำรายการปิดงานที่ระบุจุดเก็บ ผู้รับผิดชอบ และผลการลบหรือทำลาย พร้อมทบทวนและถอนสิทธิ์ของคนที่ไม่ต้องใช้งานแล้ว แนะนำให้เช็คไฟล์แนบแชต โฟลเดอร์ดาวน์โหลด และสำเนาในอุปกรณ์ที่เคยใช้ประสานทริปด้วย

บันทึกผลให้ตรวจย้อนหลังได้โดยไม่คัดลอกข้อมูลสุขภาพกลับมาใส่ในรายงานการลบ หากพบสำเนาที่ตามจัดการไม่ได้ทันที ให้ระบุสิ่งที่ยังค้างและคนที่ต้องดำเนินการต่อ แทนการรับรองว่าลบครบแล้วทั้งที่ยังไม่ได้เช็คจุดนั้น

ใช้เช็คลิสต์นี้ไล่ปิดงาน และทำเครื่องหมายเฉพาะข้อที่ตรวจแล้วจริง

• [ ] ก่อนเปิดฟอร์ม: ยืนยันวัตถุประสงค์ ฐานกฎหมาย รายการข้อมูล ผู้เข้าถึง และเงื่อนไขเก็บกับผู้รับผิดชอบแล้ว

• [ ] ก่อนเดินทาง: แจ้งผู้ร่วมทริปครบ แยกชุดข้อมูลตามหน้าที่ และเตรียมคนรับช่วงกรณีฉุกเฉินแล้ว

• [ ] ระหว่างทริป: เช็คผู้รับก่อนส่ง จำกัดข้อมูลตามงาน และบันทึกการส่งต่อในช่องทางเฉพาะแล้ว

• [ ] เมื่อหมดความจำเป็น: ลบไฟล์ ทำลายกระดาษ ถอนสิทธิ์ และติดตามสำเนาของผู้รับภายนอกแล้ว

• [ ] ปิดงาน: บันทึกผลการลบ ส่วนที่ยังต้องเก็บ เหตุผล ผู้รับผิดชอบ และกำหนดทบทวน โดยไม่แนบข้อมูลสุขภาพซ้ำแล้ว

พาทีมไปเวียดนาม จัดการข้อมูลสุขภาพและการดูแลความปลอดภัยอย่างไรให้ราบรื่น

ก่อนส่งข้อมูลให้ทีมดูแลทริป ลองตกลงให้ชัดว่าใครรับเรื่องอาหาร ใครประสานเมื่อเจ็บป่วย และข้อมูลชุดใดจำเป็นต่อแต่ละหน้าที่ BENS DVA มีบริการ Travel Management หรือบริการจัดการเดินทางกรุ๊ปองค์กร ช่วยประสานโรงแรม รถรับส่ง ประกันเดินทาง และทีมงานดูแลตลอดทริป จึงสามารถเริ่มคุยจากแผนเดินทางและงานที่ต้องประสาน ก่อนจัดชุดข้อมูลสำหรับผู้รับแต่ละฝ่าย

• บริการ Travel Management และดูแลกรุ๊ปเดินทางเวียดนาม

• ดูโปรแกรมทัวร์เวียดนามสำหรับองค์กร

• ติดต่อทีมงาน BENS DVA

คำถามที่พบบ่อย

ข้อมูลแพ้อาหารของผู้ร่วมทริปถือเป็นข้อมูลอ่อนไหวไหม

หากเชื่อมโยงกลับไปหาผู้เดินทางได้ ข้อมูลแพ้อาหารเป็นข้อมูลสุขภาพที่ต้องดูแลในฐานะข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว ควรขอเฉพาะรายละเอียดที่จำเป็นต่อการเตรียมอาหารและแจ้งการใช้ข้อมูลให้ชัด <a href="https://www.dga.or.th/center-pdpa/privacy-notice/privacy-notice-dga/">DGA: ข้อมูลสุขภาพและการเก็บเท่าที่จำเป็น</a>

ใช้ใบลงทะเบียนร่วมทริปแทนแบบฟอร์มยินยอมเรื่องสุขภาพได้หรือเปล่า

การตอบรับร่วมทริปอย่างเดียวไม่ควรถูกใช้แทนการยินยอมเรื่องสุขภาพ เมื่ออาศัยความยินยอม ให้แยกส่วนที่อธิบายการเก็บ ใช้ และเปิดเผยข้อมูล พร้อมตัวเลือกยินยอมหรือไม่ยินยอมที่เห็นชัด <a href="https://www.dol.go.th/pdpa/new-home/">กรมที่ดิน: กฎหมายและแบบฟอร์มความยินยอม</a>

ร้านอาหารจำเป็นต้องเห็นชื่อและโรคประจำตัวของทุกคนไหม

ควรเริ่มจากส่งจำนวนมื้อและข้อจำกัดอาหารที่ร้านต้องใช้ หากต้องจับคู่มื้อกับผู้รับ อาจใช้รหัสโดยให้ผู้ประสานงานเก็บรายการเทียบชื่อ ไม่ส่งประวัติสุขภาพทั้งหมดไปพร้อมกัน

ผู้ร่วมทริปหมดสติ ส่งข้อมูลให้แพทย์ได้ไหม

หากจำเป็นเพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพ และเจ้าของข้อมูลให้ความยินยอมไม่ได้ อาจใช้ข้อยกเว้นตามกฎหมายส่งข้อมูลจำเป็นให้แพทย์ได้ โดยจำกัดผู้รับและรายละเอียดให้ตรงกับการช่วยเหลือ <a href="https://www.dol.go.th/pdpa/new-home/">กรมที่ดิน: เงื่อนไขข้อยกเว้นกรณีอันตรายต่อชีวิต</a>

กลับจากเวียดนามแล้วต้องลบข้อมูลสุขภาพทั้งหมดทันทีหรือไม่

ให้ยึดความจำเป็นตามวัตถุประสงค์และระยะเวลาเก็บที่กำหนดไว้ ข้อมูลที่หมดความจำเป็นให้ลบหรือทำลาย ส่วนที่ยังต้องใช้ดำเนินการต่อควรแยกเก็บพร้อมเหตุผลและกำหนดเวลาทบทวน ไม่เก็บทั้งชุดไว้โดยไม่มีกำหนด <a href="https://www.dga.or.th/center-pdpa/privacy-notice/privacy-notice-dga/">DGA: ระยะเวลาเก็บและการลบข้อมูล</a>

สนใจจัดทริป?

ปรึกษาทีมงานฟรี

สอบถาม / จองแพ็คเกจ
Line: lin.ee/G7k4PEB
LINE QR

สแกน QR หรือคลิกปุ่มด้านล่าง

โทรสอบถามได้ที่
065-459-5565