
Study Trip เวียดนาม Learning Agenda วางแผนดูงานให้ตรงเป้าหมาย
บนโต๊ะวางแผนดูงานเวียดนาม ฝั่งหนึ่งอาจมีรายชื่อศูนย์นวัตกรรมในฮานอย อีกฝั่งเป็นธุรกิจและสตาร์ทอัพในโฮจิมินห์ แต่ก่อนเลือกว่าจะเข้าที่ไหน ลองถามกันว่า กลับจากทริปนี้แล้ว เราต้องตอบเรื่องอะไรให้ได้ เริ่มจากคำตอบนั้น แล้วเขียน Learning Agenda หรือวาระการเรียนรู้ ให้เชื่อมเป้าหมาย หัวข้อดูงาน และกิจกรรมสรุปบทเรียนเข้าด้วยกัน บทนี้จะพาเลือกเมืองให้ตรงโจทย์ พร้อมตัวอย่างกำหนดการ 5 วัน 4 คืนที่นำไปปรับใช้กับ Study Trip หรือทริปศึกษาดูงานขององค์กรได้
แกนหลักของ Learning Agenda ใน Study Trip เวียดนาม
Learning Agenda ที่ใช้ได้จริงควรอ่านแล้วรู้ว่า ไปเรียนรู้เรื่องอะไร จะคุยกับใคร และจะเก็บคำตอบกลับมาอย่างไร ลองเขียนหัวข้อเหล่านี้กำกับแต่ละกิจกรรมก่อนใส่เวลารถออกหรือชื่อร้านอาหาร ถ้ายังบอกไม่ได้ว่าสถานที่นั้นช่วยตอบโจทย์ไหน ก็ยังไม่ต้องรีบเพิ่มลงในทริป

กำหนดวัตถุประสงค์การเรียนรู้และหัวข้อสำคัญ
เริ่มจากปัญหาที่คนในคณะกำลังเจอ เช่น ทีมกำลังพิจารณานำเทคโนโลยีมาใช้ในงาน หรืออยากเข้าใจวิธีทำธุรกิจในเวียดนาม จากนั้นเปลี่ยนคำกว้าง ๆ อย่าง “ไปดูนวัตกรรม” ให้เป็นคำถามที่คุยต่อได้ เช่น ผู้ประกอบการเลือกปรับกระบวนการไหนก่อน และรู้ได้อย่างไรว่าคนทำงานพร้อมใช้งานจริง
คนร่วมทริปมีผลต่อความลึกของคำถามด้วย ผู้บริหารอาจสนใจเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจ ส่วนคนทำงานอยากรู้วิธีลงมือและอุปสรรคที่เจอ ถ้าไปด้วยกัน ให้ใช้หัวข้อร่วมกันแล้วแยกคำถามตามหน้าที่ จะได้ฟังเรื่องเดียวกันโดยแต่ละคนยังได้ข้อมูลที่เกี่ยวกับงานของตัวเอง
ตอนร่างวาระ ลองเติมข้อความต่อไปนี้ให้ครบก่อนส่งให้หน่วยงานปลายทาง
• เรื่องที่อยากเรียนรู้: ระบุปัญหาหรือการตัดสินใจที่ต้องการข้อมูลเพิ่ม
• สิ่งที่อยากเห็นหรือคุย: ขอศึกษากระบวนการ ตัวอย่างงาน หรือแลกเปลี่ยนกับผู้ที่เกี่ยวข้อง
• คำถามที่เตรียมไป: ถามถึงวิธีทำ เหตุผล และข้อจำกัดที่เจ้าบ้านสะดวกแบ่งปัน
• สิ่งที่จะนำกลับมา: เช่น บันทึกเปรียบเทียบแนวทาง หรือข้อเสนอสำหรับทดลองทำในทีม
ตัวอย่างเช่น ถ้าโจทย์คือการนำเทคโนโลยีมาใช้ในงานผลิต อาจตั้งผลลัพธ์ปลายทริปเป็นข้อเสนอว่าจะเริ่มทดลองกับงานส่วนไหน พร้อมเหตุผลและข้อมูลที่ยังต้องหาเพิ่ม แบบนี้คนร่วมคณะจะรู้ตั้งแต่ก่อนเดินทางว่าต้องสังเกตอะไร และคนประสานงานก็อธิบายความต้องการให้เจ้าบ้านเข้าใจได้ตรงกัน
ผสานความรู้ด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และเศรษฐกิจ
การดูเทคโนโลยีจะมีประโยชน์ขึ้นเมื่อได้คุยถึงบริบทที่ทำให้ธุรกิจเลือกใช้ด้วย ในเคส Study Tour เวียดนามของ HKU Business School มีกิจกรรมเยี่ยมบริษัท เวิร์กช็อป และพบปะแลกเปลี่ยนกับธุรกิจ องค์กร และมหาวิทยาลัย โดยหัวข้อครอบคลุมการเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม แนวโน้มการเงิน ตลาดเกิดใหม่ และการพัฒนาอย่างยั่งยืน
นำแนวคิดนี้มาปรับได้โดยผูกการเยี่ยมชมกับคำถามทางธุรกิจ เช่น หลังฟังเรื่องระบบการผลิต ลองถามต่อว่าทำไมจึงเลือกวิธีนี้ มีข้อจำกัดอะไร และต้องเตรียมคนอย่างไร สำหรับเรื่องพลังงานหรือความยั่งยืน ก็อาจชวนคุยว่าผู้รับผิดชอบติดตามผลอย่างไร แทนการจดเพียงชื่ออุปกรณ์ที่ได้เห็น
ไม่จำเป็นต้องใส่ทุกหัวข้อในทริปเดียว หากคณะกำลังสนใจเรื่องใดเป็นหลัก ให้ใช้เรื่องนั้นเป็นโจทย์ร่วม แล้วเลือกกิจกรรมที่ช่วยอธิบายทั้งวิธีทำและเหตุผล การฟังหลายมุมจะมีประโยชน์เมื่อกลับมาเทียบกันได้ว่า อะไรเหมาะกับงานของเรา และอะไรยังต้องศึกษาต่อ
เทียบจุดเด่นของสองเมืองใหญ่ ฮานอยกับโฮจิมินห์
ฮานอยกับโฮจิมินห์มีประเด็นให้เรียนรู้ต่างกัน จึงควรเลือกจากหัวข้อและหน่วยงานที่ต้องการพบก่อนวางเส้นทาง ตารางนี้ช่วยคัดทิศทางเบื้องต้น ส่วนสถานที่จริงยังต้องดูว่าตอบโจทย์คณะและสะดวกรับการดูงานหรือไม่

| เมือง | แนวทางเรียนรู้ | โจทย์ที่ใช้เริ่มคุย |
|---|---|---|
| ฮานอย | นโยบาย สถาบัน และศูนย์นวัตกรรม | หน่วยงานสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมร่วมกับภาคธุรกิจอย่างไร |
| โฮจิมินห์ | ธุรกิจ สตาร์ทอัพ และเทคโนโลยี | ผู้ประกอบการนำแนวคิดไปใช้กับสินค้า บริการ หรือการทำงานอย่างไร |
ฮานอย ศูนย์กลางนโยบาย สถาบันการศึกษา และศูนย์นวัตกรรมแห่งชาติ
ฮานอยเป็นเมืองหลวงและมี National Innovation Center หรือ NIC ซึ่งเป็นศูนย์นวัตกรรมแห่งชาติ โดยมีฐานทั้ง NIC Hà Nội และ NIC Hòa Lạc จึงมีข้อมูลรองรับให้ใช้ฮานอยเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับทริปที่สนใจบทบาทของนโยบาย สถาบัน และการสนับสนุนนวัตกรรม
ถ้าคณะกำลังศึกษาเรื่องการพัฒนาคนหรือความร่วมมือระหว่างองค์กร อาจเตรียมคำถามว่าหน่วยงานแต่ละฝ่ายร่วมทำงานกันอย่างไร และธุรกิจนำสิ่งที่พัฒนาร่วมกันไปใช้ต่อแบบไหน ส่วนการพบสถาบันการศึกษา ควรเลือกจากหัวข้อที่ต้องการแลกเปลี่ยนและผู้ที่สามารถร่วมวงสนทนาได้จริง
ชื่อศูนย์หรือสถาบันช่วยให้เริ่มหาคู่สนทนาได้ แต่ก่อนใส่ลงกำหนดการ ให้ประสานหัวข้อ รูปแบบกิจกรรม และพื้นที่ที่เปิดให้เข้าชม การระบุชื่อสถานที่ในแผนเบื้องต้นยังไม่เท่ากับได้รับการตอบรับ หากหัวข้อที่เจ้าบ้านสะดวกแบ่งปันต่างจากโจทย์ของคณะ ก็ควรปรับคำถามหรือพิจารณาสถานที่อื่นก่อนล็อกทริป
โฮจิมินห์ เมืองเศรษฐกิจ สตาร์ทอัพ และศูนย์กลางการค้า
โฮจิมินห์มีธุรกิจเทคโนโลยีอย่าง VNG, MoMo และ Sky Mavis รวมถึงหน่วยงานและพื้นที่พัฒนานวัตกรรม เช่น SIHUB และ Khu Công nghệ cao TP.HCM ซึ่งมีพันธกิจด้านการพัฒนาเทคโนโลยีสูง จึงเป็นเมืองที่น่าพิจารณาสำหรับคณะที่สนใจวิธีทำธุรกิจ สตาร์ทอัพ และการนำเทคโนโลยีไปใช้งาน
คำถามสำหรับเมืองนี้อาจเริ่มจาก ผู้ประกอบการรู้ความต้องการของลูกค้าได้อย่างไร ทดลองแนวคิดอย่างไร หรือจัดทีมรองรับการเปลี่ยนแปลงแบบไหน รายชื่อธุรกิจข้างต้นใช้ทำความเข้าใจลักษณะของเมือง ส่วนการเข้าดูงานต้องประสานแยกตามเงื่อนไขของแต่ละแห่ง
หากมีหัวข้อเรียนรู้ชัดเจนในเมืองเดียว ลองให้เวลาคุยและสรุปงานในเมืองนั้นก่อนเพิ่มอีกเมืองเข้ามา การเลือกทั้งฮานอยและโฮจิมินห์เหมาะเมื่อมีโจทย์เปรียบเทียบที่ชัด และยังเหลือเวลาเพียงพอสำหรับกิจกรรมหลักหลังรวมการเดินทางแล้ว
สำหรับคณะที่มีนัดหมายย่าน SECC อยู่ในแผน และกำลังเลือกที่พักเพื่อใช้ร่วมกับการดูงาน อ่านเรื่องการเลือกโรงแรมต่อได้ที่ อ่านต่อ: โรงแรมใกล้ SECC สำหรับกรุ๊ปบริษัท ต้องดูอะไรนอกจากระยะทาง
ตัวอย่างโครงสร้าง Learning Agenda 5 วัน 4 คืน
กำหนดการต่อไปนี้เป็นตัวอย่างสำหรับปรับตามโจทย์ของคณะ โดยใช้เมืองหลักที่เลือกไว้เป็นฐาน แล้วจัดลำดับจากทำความเข้าใจบริบท ไปดูงาน แลกเปลี่ยน และสรุปสิ่งที่จะนำกลับมาใช้ ชื่อสถานที่และช่วงเวลาจริงต้องเติมหลังประสานการเข้าพบแล้ว
สัดส่วนเวลาสำหรับการเยี่ยมชมดูงาน แลกเปลี่ยนความรู้ และสรุปบทเรียน
เริ่มวางเวลาจากกิจกรรมที่ต้องใช้สมาธิมาก เช่น การฟังผู้เชี่ยวชาญหรือเยี่ยมชมกระบวนการทำงาน แล้วกันช่วงถามตอบไว้ต่อเนื่องกัน อย่าใช้ช่วงถามตอบเป็นเวลาที่ค่อยใส่เพิ่มถ้ายังว่าง เพราะรายละเอียดที่คณะสงสัยอาจเป็นส่วนที่นำไปใช้กับงานได้มากที่สุด
หลังออกจากสถานที่ ควรมีช่วงให้จดและคุยกันก่อนเริ่มกิจกรรมถัดไป จะคุยเป็นกลุ่มเล็กหรือให้แต่ละคนเขียนบันทึกก่อนก็ได้ โดยแยกให้ชัดว่าเจ้าบ้านเล่าอะไร เราสังเกตอะไร และเราตีความอย่างไร ถ้าเห็นต่างกัน จะได้กลับไปถามหรือหาข้อมูลเพิ่มโดยไม่เผลอสรุปจากความเข้าใจของคนใดคนหนึ่ง
สัดส่วนเวลาไม่จำเป็นต้องเท่ากันทุกวัน วันที่มีการเยี่ยมชมกระบวนการอาจให้เวลาหน้างานมากกว่า ส่วนวันที่ต้องตกผลึกข้อเสนอควรเหลือเวลาคุยในทีม รวมเวลาพักและการเดินทางไว้ด้วย ถ้าตารางแน่นจนต้องตัดช่วงสรุปออกตลอด ลองลดจำนวนสถานที่ก่อน
กิจกรรมวัฒนธรรมก็ผูกกับการเรียนรู้ได้ เคส HKU มีทั้งประสบการณ์ท้องถิ่นและกิจกรรมทางวัฒนธรรมควบคู่กับการดูงาน สำหรับคณะของเรา อาจชวนสังเกตวิธีให้บริการหรือประสบการณ์ของผู้ใช้ แล้วนำมาคุยเป็นข้อสังเกต โดยระวังไม่สรุปแทนคนทั้งประเทศจากการพบเห็นเพียงบางส่วน
วางแผนกำหนดการรายวันตั้งแต่เปิดทริปจนถึงวันสุดท้าย
ตาราง 5 วัน 4 คืนนี้เป็นแนวทางออกแบบของบท ไม่ใช่กำหนดการของ HKU ซึ่งใช้เวลา 6 วัน สิ่งที่นำมาปรับคือการผสมกิจกรรมหลายรูปแบบ และการให้ผู้เข้าร่วมนำเสนอบทเรียนท้ายทริป
| วัน | กิจกรรมที่เสนอ | สิ่งที่ควรได้ก่อนจบวัน |
|---|---|---|
| วันแรก | เดินทาง ตั้งโจทย์ร่วมกัน และทำความเข้าใจบริบทธุรกิจที่จะไปดูงาน | คำถามหลักของคณะและประเด็นที่แต่ละคนรับผิดชอบจด |
| วันที่สอง | เยี่ยมชมหน่วยงานหรือธุรกิจตามนัด พร้อมช่วงถามตอบ | บันทึกวิธีทำงานและคำถามที่ยังหาคำตอบไม่ได้ |
| วันที่สาม | ดูงานอีกมุมของหัวข้อเดิม และแลกเปลี่ยนกับผู้เกี่ยวข้อง | ข้อเปรียบเทียบพร้อมเหตุผลที่แต่ละแห่งเลือกวิธีต่างกัน |
| วันที่สี่ | เรียนรู้บริบทท้องถิ่น ทำเวิร์กช็อป และนำเสนอบทเรียนร่วมกัน | ข้อเสนอเบื้องต้นว่าจะนำอะไรไปทดลองและต้องปรับส่วนไหน |
| วันที่ห้า | ทบทวนข้อสรุป ระบุผู้รับผิดชอบติดตามผล และเดินทางกลับ | งานที่ต้องทำต่อและข้อมูลที่ต้องหาเพิ่มหลังทริป |
ถ้าเที่ยวบินทำให้วันแรกเหลือเวลาน้อย ให้ส่งข้อมูลเบื้องต้นให้คณะอ่านก่อนเดินทาง แล้วใช้ช่วงพบกันทบทวนเฉพาะโจทย์หลัก ส่วนวันสุดท้ายควรเหลือเนื้อหาเพียงการย้ำข้อสรุปที่คุยกันแล้ว การนำเสนอหลักจึงเสนอให้ทำก่อนวันเดินทางกลับ และขยับได้ตามนัดหมายจริง
ก่อนจบการนำเสนอ ให้แต่ละกลุ่มตอบว่าแนวทางที่สนใจเหมาะกับงานของตัวเองตรงไหน ต้องปรับอะไร และยังไม่รู้อะไรบ้าง ข้อเสนออาจยังไม่พร้อมใช้ทันทีได้ แต่ควรบอกขั้นต่อไปให้ชัด เช่น นัดคุยกับทีมที่เกี่ยวข้องหรือศึกษาความเป็นไปได้เพิ่มเติม พร้อมตกลงกันว่าจะกลับมาติดตามผลเมื่อไร
เมื่อต้องจัดห้องสำหรับเวิร์กช็อปหรือการนำเสนอ ให้ดูจำนวนผู้ร่วมกิจกรรม รูปแบบการนั่ง และอุปกรณ์ที่ต้องใช้ควบคู่กับตารางดูงาน เพื่อให้คนจัดสถานที่เตรียมงานได้ตรงกิจกรรม สัมมนาและดูงานเวียดนาม ออกแบบโปรแกรมห้องประชุม MICE
หากกำลังวางเส้นทางและเลือกกิจกรรมท่องเที่ยวที่จะใส่รอบนัดหมายดูงาน สามารถดูแนวทางประกอบได้ที่ โปรแกรมดูงานและท่องเที่ยวเวียดนาม
ออกแบบ Study Trip เวียดนาม ให้ตอบโจทย์เป้าหมายด้วยทีมงาน BENS
เมื่อได้เมืองและหัวข้อเรียนรู้แล้ว เตรียมรายชื่อกิจกรรมที่ต้องการพร้อมรูปแบบห้องสำหรับช่วงแลกเปลี่ยนมาคุยกับ BENS ได้ ทีมดูแลการคัดเลือกสถานที่ประชุม จัดห้อง ระบบภาพและเสียง ประสานโรงแรม ที่พัก การเดินทาง และงานหน้างาน ส่วนสถานที่ดูงานและผู้ที่จะเข้าพบ ให้หารือความเป็นไปได้และการตอบรับก่อนสรุปกำหนดการ
คณะที่ต้องใช้ห้องเวิร์กช็อปหรือนำเสนอบทเรียนระหว่างทริป สามารถอ่านขอบเขตการดูแลและเตรียมรายละเอียดกิจกรรมก่อนติดต่อได้ที่ บริการจัดสัมมนาและประชุมองค์กร
คำถามที่พบบ่อย
เริ่มเขียน Learning Agenda สำหรับ Study Trip เวียดนามอย่างไร?
เริ่มจากเรื่องที่คณะต้องการหาคำตอบ แล้วระบุหัวข้อดูงาน คำถามที่เตรียมไป และสิ่งที่จะนำกลับมาใช้ เช่น ข้อเสนอสำหรับทดลองทำในทีม จากนั้นจึงเลือกเมืองและประสานสถานที่ที่เกี่ยวข้อง
เลือกฮานอยหรือโฮจิมินห์สำหรับทริปดูงานดี?
ฮานอยน่าพิจารณาสำหรับเรื่องนโยบาย สถาบัน และศูนย์นวัตกรรม ส่วนโฮจิมินห์เหมาะนำมาพิจารณาด้านธุรกิจ สตาร์ทอัพ และการใช้เทคโนโลยี เลือกตามหัวข้อและหน่วยงานที่ตอบรับการเข้าพบ ไม่จำเป็นต้องรวมทั้งสองเมือง
Study Trip เวียดนามจำเป็นต้องจัด 5 วัน 4 คืนหรือไม่?
ไม่จำเป็น ตาราง 5 วัน 4 คืนเป็นตัวอย่างสำหรับปรับใช้ ระยะเวลาจริงควรดูจากกิจกรรม นัดหมาย การเดินทาง และเวลาสรุปบทเรียน โดยกรณีศึกษาของ HKU ในเวียดนามใช้เวลา 6 วัน
ใส่กิจกรรมท่องเที่ยวหรือวัฒนธรรมใน Learning Agenda ได้ไหม?
ใส่ได้ โดยเชื่อมกับโจทย์เรียนรู้ เช่น สังเกตวิธีให้บริการหรือประสบการณ์ท้องถิ่น แล้วนำมาคุยเป็นข้อสังเกตของคณะ พร้อมเหลือเวลาพักและระวังไม่เหมารวมจากสิ่งที่พบเพียงบางส่วน
ก่อนจบทริปควรให้ผู้ร่วมคณะสรุปอะไร?
ให้สรุปสิ่งที่เรียนรู้ แนวทางที่อาจทดลองใช้ ข้อจำกัด และข้อมูลที่ยังต้องหาเพิ่ม พร้อมระบุผู้รับผิดชอบและนัดหมายติดตามผล เพื่อให้รู้ว่าจะทำอะไรต่อหลังเดินทางกลับ