Incentive Vietnam
ภาพปกบทความการเลือกห้องประชุมในเวียดนามตามจำนวนคนและรูปแบบ seating

ห้องประชุมเวียดนาม เลือกขนาดจากจำนวนคนและรูปแบบ Seating อย่างไร

23 กรกฎาคม 2569 6 นาทีอ่านคู่มือจัดทริปองค์กร

การเลือกห้องประชุมในเวียดนามไม่ควรเริ่มจากคำถามว่า "มีคนกี่คน" อย่างเดียว แต่ต้องดูพร้อมกันว่าคนจะนั่งแบบไหน ต้องมีเวทีหรือไม่ มีโต๊ะลงทะเบียนกี่จุด และ coffee break หรือมื้ออาหารจะกินพื้นที่หน้า room มากแค่ไหน. ถ้าตี requirement จาก headcount ตรง ๆ โดยไม่คิด usable capacity คุณจะได้ห้องที่ดูพอในเอกสาร แต่แคบจริงตอนวางโต๊ะ เก้าอี้ สายไฟ จุดแปลภาษา หรือทางเดิน

วิธีที่ใช้งานได้สำหรับ HR และทีมจัดซื้อคือแยกโจทย์ออกเป็น 3 ชั้น: จำนวนผู้เข้าร่วมจริง, รูปแบบ seating หลัก, และพื้นที่สนับสนุนรอบห้อง. บทความนี้ใช้กรอบคิดแบบ BENS สำหรับการส่ง brief ไปเทียบ venue ในเวียดนาม โดยอ้างข้อมูลภายนอกเฉพาะจุดที่เป็นข้อเท็จจริงของ venue และ airport access. ถ้าต้องการภาพรวมของบริการแนวนี้ก่อน สามารถ อ่านหน้าหลักของหัวข้อนี้ แล้วกลับมาใช้บทความนี้เป็น checklist ตอนสรุป requirement

ทำไมจำนวนคนจึงไม่เท่ากับขนาดห้องประชุมที่ควรจอง?

เพราะ "จำนวนคน" เป็นเพียงตัวตั้งต้น แต่ห้องประชุมจริงต้องเผื่อพื้นที่สำหรับสิ่งที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อผู้เข้าร่วม เช่น เวที โต๊ะวิทยากร จอ LED โต๊ะลงทะเบียน ทางเดิน service จุดอาหารว่าง และมุมเก็บอุปกรณ์. ห้องที่รับได้ 120 คนแบบ theatre อาจไม่พอทันทีถ้าคุณขอ classroom พร้อมโต๊ะทุกที่นั่งและมีแปลภาษา

ในทางปฏิบัติ การตี requirement ให้แม่นต้องเริ่มจากภาพการใช้งานของห้อง ไม่ใช่ capacity card หน้า brochure อย่างเดียว. ผู้จัดงานที่มีประสบการณ์จะถามต่อเสมอว่าเป็น plenary, workshop, banquet หรือ breakout เพราะตัวเลข capacity ของห้องเดียวกันเปลี่ยนได้มากตาม layout

usable capacity คือเลขที่ใช้ตัดสินใจจริง

usable capacity คือจำนวนที่นั่งที่ใช้งานได้หลังหักพื้นที่ support ออกแล้ว. ถ้าห้องหนึ่งรองรับ theatre 250 คนตามข้อมูล venue แต่คุณต้องมีเวทีลึก โต๊ะ control และ registration ด้านหน้า ตัวเลขที่ใช้งานจริงจะต่ำกว่านั้นเสมอ

seating style เปลี่ยนทั้งบรรยากาศและความจุ

theatre เหมาะกับ session ที่ต้องการคนเข้าออกง่ายและใช้พื้นที่คุ้มที่สุด ส่วน classroom กินพื้นที่มากขึ้นแต่เหมาะกับงานที่ต้องจดบันทึกหรือใช้ laptop. banquet หรือ cabaret จะเปลี่ยนการไหลของคนอีกแบบ เพราะต้องคิดทางเสิร์ฟอาหารและระยะห่างของโต๊ะพร้อมกัน

พื้นที่หน้า room สำคัญพอ ๆ กับห้องหลัก

หลายงานพลาดตรงที่ห้องประชุมหลักพอ แต่ foyer ไม่พอสำหรับ registration, sponsor backdrop หรือ coffee break. ถ้ามีแขกมาเป็น wave เดียวกัน หน้าห้องที่แคบจะทำให้แถวสะสมและ delay session แรกทันที

ภาพบรรยากาศ session ประชุมในห้องประชุมของโรงแรมที่เวียดนาม
ภาพบรรยากาศ session ประชุมในห้องประชุมของโรงแรมที่เวียดนาม

รูปแบบ Seating แบบไหนเหมาะกับงานของคุณ?

คำตอบสั้นคือเลือกจาก "กิจกรรมหลักในห้อง" ไม่ใช่เลือกจากชื่อ layout ที่คุ้นที่สุด. ถ้างานเน้นฟัง keynote อย่างเดียว theatre มักคุ้มพื้นที่กว่า แต่ถ้าต้องมี workshop, laptop หรือเอกสารหนา classroom จะปลอดภัยกว่าแม้ความจุจะลดลง

อีกจุดที่ต้องคิดคือช่วงเปลี่ยนห้อง. งานเดียวกันอาจใช้ theatre ตอนเช้าแล้วเปลี่ยนเป็น banquet หรือ classroom ช่วงบ่าย ถ้ารอบเปลี่ยน layout สั้นเกินไป ทีม operation จะตึงทันที แม้จำนวนคนจะไม่ได้เยอะมาก

Seating styleเหมาะกับงานแบบไหนใช้พื้นที่ต่อคนโดยประมาณสิ่งที่ต้องเผื่อเพิ่ม
Theatrekeynote, town hall, product updateน้อยที่สุดเวที, จอ, ทางเดินกลาง, จุดถ่ายภาพ
Classroomtraining, dealer meeting, note-taking sessionมากกว่า theatre ชัดเจนโต๊ะทุกที่นั่ง, ปลั๊กไฟ, พื้นที่เอกสาร
U-Shapediscussion, management meeting, workshop เล็กมากต่อคนsightline ของจอ, mic sharing, facilitator zone
Cabaret / Half-roundsession ที่อยากคุยกันบนโต๊ะ แต่ยังหันเข้าหาเวทีปานกลางถึงมากโต๊ะกลม, service path, วางของบนโต๊ะ
Banquetgala, award meal, recognition dinnerเปลี่ยนจากประชุมเป็นมื้ออาหารทางเสิร์ฟ, เวที, จุดเดินขึ้นรับรางวัล

theatre ใช้กับงานที่ต้องการรับคนจำนวนมากในห้องเดียว

ถ้าจุดประสงค์หลักคือรวมทุกคนเพื่อฟังเนื้อหาเดียวกัน theatre เป็นรูปแบบที่ประหยัดพื้นที่สุดและช่วยให้เข้าออกง่าย. แต่ต้องระวังว่าหลังห้องหรือริมผนังยังต้องมีพื้นที่ให้กล้อง แปลภาษา หรือโต๊ะควบคุมถ้ามี production

classroom เหมาะเมื่อผู้เข้าร่วมต้องใช้โต๊ะจริง

training, sales meeting หรือ workshop ที่ต้องใช้ laptop ไม่ควรฝืนใช้ theatre เพียงเพื่อให้ตัวเลข capacity ดูสวย. พอเพิ่มโต๊ะครบทุกที่นั่งแล้ว ห้องจะหดลงมากกว่าที่หลายทีมคาด และถ้าโต๊ะแน่นเกินไป คนจะลุกเข้าห้องน้ำหรือออกไปคุยงานลำบาก

U-Shape และ boardroom ไม่ได้วัดกันที่จำนวนคนอย่างเดียว

layout แบบคุยกันรอบโต๊ะใช้กับผู้บริหารหรือทีมที่ต้อง discussion จริงจังได้ดี แต่ยิ่งจำนวนคนเพิ่ม มุมมองต่อจอและเสียงในห้องจะยิ่งเป็นประเด็น. ถ้ากลุ่มเริ่มเกินจุดที่คุยกันได้ทั่วถึง ควรเปลี่ยนเป็น classroom หรือ cabaret จะลื่นกว่า

cabaret และ banquet ต้องคิด service flow ตั้งแต่ต้น

สอง layout นี้ไม่ได้ยากเพราะเรื่องเก้าอี้ แต่ยากเพราะเรื่องการเดินของคนและทีมเสิร์ฟ. ถ้างานมี award moment, walk-in music หรือ MC movement พื้นที่หน้าเวทีและทางเดินระหว่างโต๊ะต้องไม่แคบเกินไป

ควรคำนวณ usable capacity อย่างไรให้ไม่พลาดหน้างาน?

วิธีที่ใช้งานได้จริงคือเริ่มจาก capacity สูงสุดของ layout ที่ venue ยืนยัน จากนั้นหัก requirement ที่คุณรู้ว่าจะกินพื้นที่แน่นอน เช่น เวที โต๊ะวิทยากร โต๊ะลงทะเบียน control desk และ aisle ที่ต้องการ. อย่าเริ่มจากการเดาว่า "น่าจะพอ" เพราะห้องประชุมที่แน่นเกินไปแก้ยากกว่าห้องที่เหลือ margin เล็กน้อย

อีกวิธีหนึ่งคือคิดเป็น scenario A และ B ตั้งแต่รอบขอราคา. A คือ requirement ขั้นต่ำที่งานยังเดินได้ และ B คือ version ที่ใกล้สิ่งที่องค์กรต้องการจริง เช่น เพิ่มเวทีใหญ่ขึ้น เพิ่ม coffee station ใน foyer หรือเพิ่มโต๊ะ VIP. วิธีนี้ช่วยให้เทียบ venue ได้ตรงกว่าให้ทุกเจ้าตีความ requirement เอง

องค์ประกอบที่กินพื้นที่ผลกับ usable capacityคำถามที่ควรถามก่อนขอราคา
เวที / backdrop / LEDลดแถวหน้าและมุมมองบางส่วนต้องใช้เวทีกว้างและลึกเท่าไร
โต๊ะ registrationดันคนออกจาก foyer ไปยังทางเดินเช็กอินพร้อมกันกี่คนและกี่จุด
Coffee break ใน foyerต้องมี circulation รอบโต๊ะอาหารแขกพักพร้อมกันทั้งหมดหรือแบ่ง wave
โต๊ะ control / แปลภาษากินพื้นที่หลังห้องหรือข้างห้องมี live translation หรือ AV control ใหญ่แค่ไหน
Aisle และ emergency egressลดจำนวนที่นั่งที่วางชิดกันได้งานต้องการทางเดินกลางหรือ side aisle กว้างเท่าไร

เผื่อ stage ก่อนเสมอถ้างานมี speaker หลายคน

งานองค์กรจำนวนมากไม่ได้ใช้แค่ lectern เดียว แต่มี panel, MC, award walk หรือ photo moment บนเวที. ถ้าเผื่อ stage เล็กเกินไป คุณจะเสียที่นั่งชดเชยด้านหน้าหรือทำให้ movement ของงานดูอึดอัด

registration ไม่ได้เป็นแค่โต๊ะหนึ่งตัว

สำหรับกรุ๊ปบริษัท registration มักมีชื่อ badge, เอกสาร, ของที่ระลึก หรือจุดรับ task ต่าง ๆ. ถ้าแขกมาถึงใกล้เวลาเริ่มพร้อมกัน การมีโต๊ะน้อยหรือ foyer แคบจะกระทบเวลาขึ้น session แรกทันที

coffee break ต้องคิดทั้งโต๊ะและคนที่ยืนคุย

พื้นที่อาหารว่างไม่ได้ใช้แค่ตั้งเมนู แต่ใช้รองรับการรวมกลุ่มช่วงพักด้วย. ถ้างานมี networking สำคัญ break area ควรเดินง่ายและไม่บีบคนกลับเข้า session แบบติดขัด

คอลลาจ flow งานประชุมองค์กรที่มีจุดลงทะเบียน ช่วงพักกาแฟ และการสร้างสัมพันธ์ระหว่างผู้ร่วมงาน
คอลลาจ flow งานประชุมองค์กรที่มีจุดลงทะเบียน ช่วงพักกาแฟ และการสร้างสัมพันธ์ระหว่างผู้ร่วมงาน

ตารางนี้ช่วยเทียบ usable capacity และพื้นที่ support ได้อย่างไร?

ตารางด้านล่างไม่ใช่ตัวเลขตายตัวของทุก venue แต่เป็นกรอบ brief builder ที่ช่วยให้ HR คุยกับโรงแรมหรือศูนย์ประชุมด้วยภาษาเดียวกัน. จุดประสงค์คือให้ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าการเพิ่มหนึ่งอย่าง เช่น เวทีลึกขึ้น หรือ registration เพิ่มอีกสองจุด จะกด usable capacity ลงตรงไหน

สถานการณ์งานจำนวนคนตั้งต้นseating หลักพื้นที่ support ที่มักต้องมีวิธี brief venue
seminar ครึ่งวัน60-100theatre หรือ classroomregistration 1-2 จุด, coffee break, จอหลักขอ capacity ตาม layout พร้อม foyer ที่รับ break ได้
training ใช้ laptop40-80classroomปลั๊กไฟ, โต๊ะเต็ม, tech deskขอห้องที่ classroom ไม่แน่น และมีสายไฟ/AV พร้อม
management workshop20-40U-Shape หรือ cabaretfacilitator zone, flipchart, coffee break ใกล้ห้องขอขนาดห้องที่ยังเหลือพื้นที่เดินและมองจอชัด
plenary + award lunch80-150theatre เช้า, banquet กลางวันเวที, control, ช่วง turnaround, service aisleขอเวลาพลิกห้องและทีม support ชัดเจน
conference + gala เย็น120+plenary + banquetfoyer ใหญ่, backstage, จุดถ่ายภาพ, dinner flowขอแยกห้องหรือยืนยันเวลาพลิก room set ล่วงหน้า

ใช้ตารางนี้เพื่อเทียบ venue หลายแห่งในฐานเดียวกัน

เวลาขอราคา อย่าส่งแค่จำนวนคนกับวันที่เดินทาง แต่ส่ง scenario ตามตารางนี้ไปด้วย. เมื่อทุก venue ตี requirement จาก brief เดียวกัน คุณจะเห็นชัดขึ้นว่าใครตอบโจทย์ด้วยห้องหลัก ใครชนะด้วย foyer และใครต้องพึ่ง turnaround ที่เสี่ยงเกินไป

ถ้างานมีสอง flow ในวันเดียว ต้องถามเรื่อง turnaround time

หลายงานเช้าเป็นประชุม บ่ายหรือเย็นเป็นอาหารหรือ networking. จุดนี้ต้องถามให้ชัดว่า venue ใช้กี่นาทีในการเปลี่ยน layout และช่วงนั้นแขกจะถูกพาไปอยู่ตรงไหน เพื่อไม่ให้ flow ของงานสะดุด

ถ้ามี breakout room อย่าดูแต่ห้อง main hall

งานองค์กรที่มีผู้จัดการหลายสายงานหรือหลายประเทศมักต้องใช้ breakout เพิ่ม. ต่อให้ main hall ดีมาก แต่ห้องย่อยไม่พอหรืออยู่ไกลกันเกินไป งานก็จะเหนื่อยตอนเปลี่ยนช่วง

Venue ในเวียดนามควรถามอะไรเพิ่มเติมก่อนล็อก?

ควรถามเรื่อง capacity ตาม layout ที่ต้องการจริง ไม่ใช่ถามเพียงว่าห้องใหญ่สุดรับได้กี่คน. Venue ใหญ่ในเวียดนามจำนวนมากมีตัวเลข capacity หลายแบบในหน้าเดียว และบางตัวเลขเป็น reception หรือ cocktail ไม่ใช่ classroom หรือ banquet ที่คุณจะใช้จริง

ตัวอย่างเช่นหน้า meetings ของ Hyatt Regency Danang ระบุว่า Regency Ballroom มีขนาดประมาณ 500 ตารางเมตร และให้ capacity แตกต่างกันตามรูปแบบ เช่น reception สูงสุด 400 คน classroom 180 คน ขณะเดียวกันพื้นที่ beachfront outdoor ระบุได้ถึง 700 คน. ด้าน Ariyana Convention Centre ระบุพื้นที่ประชุม 4,390 ตารางเมตรและรองรับได้ถึง 2,500 คน ส่วน SECC ระบุ Conference Hall ขนาด 520 ตารางเมตร รองรับ classroom 270 คน และ theatre 450 คน ซึ่งสะท้อนชัดว่าห้องแต่ละประเภทต้องอ่านคนละ metric

ถ้าเป็น hotel ballroom ให้ดูทั้ง ballroom และ pre-function

hotel ballroom เหมาะกับงานที่อยากให้ที่พักและห้องประชุมอยู่ในจุดเดียวกัน แต่ pre-function area คือส่วนที่ชี้ว่าหน้างานจะลื่นหรือไม่. ถ้า registration, sponsor wall และ coffee break ต้องแย่งพื้นที่เดียวกัน งานจะเริ่มคับตั้งแต่เช้า

ถ้าเป็น convention centre ให้ถามเรื่อง loading และ access

งานที่มี booth, backdrop ใหญ่ หรืออุปกรณ์จำนวนมากควรถาม loading access และเวลาติดตั้งตั้งแต่ต้น. สำหรับข้อมูลที่หน้า Conference Hall ของ SECC ยืนยันได้โดยตรง หน้านี้ระบุ hall specs และ capacity ตาม layout ชัดเจน เช่น Conference Hall ขนาด 520 ตารางเมตร รองรับ classroom 270 คน และ theatre 450 คน ทำให้ทีมจัดงานมีฐานเทียบประเภทห้องก่อนคุย requirement ด้านติดตั้งกับ venue ต่อ

เมืองปลายทางมีผลกับการวาง flow ของผู้เข้าร่วม

หน้า Vietnam Tourism ระบุว่าสนามบินนานาชาติหลักของเวียดนามมีฮานอย ดานัง และโฮจิมินห์ ทำให้เมืองเหล่านี้ได้เปรียบสำหรับงานที่มีผู้ร่วมเดินทางจากหลายไฟลต์. ถ้าจะต่อยอดเป็นทริปองค์กรหลังประชุม ลอง ดูโปรแกรมเวียดนามสำหรับองค์กร เพื่อเทียบว่าเมืองไหนต่อ meeting ไป dinner หรือ day activity ได้ลื่นกว่า

ภาพ ballroom สำหรับงานประชุมหรือ gala ของกรุ๊ปองค์กรในเวียดนาม
ภาพ ballroom สำหรับงานประชุมหรือ gala ของกรุ๊ปองค์กรในเวียดนาม

HR ควรส่งข้อมูลอะไรให้ครบก่อนให้ venue ตีห้อง?

ข้อมูลที่ควรส่งไม่ใช่แค่จำนวนคนกับวันที่ต้องการ แต่ต้องมี requirement ที่ทำให้ venue ตี usable capacity ได้ตรง. ถ้าข้อมูลยังไม่ครบ ควรระบุเป็นช่วงและบอกข้อสมมติไว้ตั้งแต่ต้น จะดีกว่าปล่อยให้ฝ่ายขายของแต่ละ venue เดาเอง

meeting room requirement checklist

  • จำนวนผู้เข้าร่วมขั้นต่ำและสูงสุด
  • seating หลักที่ต้องการ และมี layout สำรองหรือไม่
  • ต้องมี stage, lectern, panel table, LED หรือ projector แบบใด
  • registration กี่จุด และแขกมาเป็น wave หรือมาพร้อมกัน
  • coffee break / lunch / dinner จัดใน foyer ห้องเดียวกัน หรือย้ายพื้นที่
  • มี breakout room กี่ห้อง และช่วงเวลาใด
  • ต้องมีแปลภาษา, AV control, live stream หรือ recording หรือไม่
  • มี VIP row, reserved seats หรือโต๊ะผู้บริหารหรือไม่
  • เวลาที่ต้องเปลี่ยน layout ระหว่าง session สั้นที่สุดได้กี่นาที
  • สิ่งที่ห้ามลดคืออะไร เช่น ทางเดินกว้าง, sightline, หรือ service flow

room capacity brief builder ที่ใช้เทียบ venue ได้เร็ว

ถ้าต้องสรุปเป็นย่อหน้าเดียวให้ฝ่ายขาย venue ใช้ต่อได้ ลองเขียนว่า: "ผู้เข้าร่วม 90-110 คน, ต้องการ classroom เป็นหลัก, มี keynote ช่วงเช้าและ workshop ช่วงบ่าย, ต้องมี registration 2 จุด, coffee break หน้า room, และมีเวลาพลิก layout สูงสุด 45 นาที". brief แบบนี้ตีห้องง่ายกว่าการส่งแค่เลขคน เพราะคนขายเห็นภาพ flow ตั้งแต่แรก

ถ้ายังไม่แน่ใจจำนวนคน ให้บอก trigger ที่จะเปลี่ยน layout

ตัวอย่างเช่น ถ้าเกิน 100 คนจาก classroom จะยอมเปลี่ยนเป็น theatre หรือไม่ หรือถ้า breakout ต้องเพิ่มจาก 2 เป็น 4 ห้อง ใครเป็นคนอนุมัติ. trigger แบบนี้ช่วยลดรอบแก้เมื่อจำนวนคนแกว่งใกล้วันงาน

จุดเสี่ยงอะไรที่ทำให้ห้องประชุมดูพอแต่ใช้งานจริงไม่พอ?

จุดเสี่ยงที่พบบ่อยคือทุกคนอ่าน capacity จากคนละฐาน. ฝ่ายหนึ่งมอง brochure, อีกฝ่ายมองจาก layout เดิม, ส่วนทีมหน้างานมองจาก stage และ control booth ที่ต้องใช้จริง สุดท้ายห้องเดียวกันจึงถูกเข้าใจไม่ตรงกันตั้งแต่ต้น

อีกเรื่องคือหลายงานคิดเผื่อแค่ช่วงประชุม แต่ไม่ได้คิดช่วงพัก. งานที่ coffee break แน่น registration แคบ หรือคนออกจากห้องพร้อมกันจะดูชัดมากว่าพื้นที่ support ไม่พอ แม้ในห้องหลักจะยังพอนั่ง

อย่าปล่อยให้ AV และ stage กลายเป็นงานเติมท้าย

ถ้าคิดเรื่องแสง เสียง จอ หรือแปลภาษาหลัง venue ถูกล็อกไปแล้ว usable capacity มักจะหายไปแบบแก้ยาก. ฝั่ง venue ควรรู้ requirement เหล่านี้ตั้งแต่รอบแรกเพื่อกันพื้นที่ให้เหมาะ

อย่ามอง banquet เหมือนประชุมแค่เปลี่ยนโต๊ะ

banquet หรือ recognition meal มี movement มากกว่า ทั้งคนเสิร์ฟ คนขึ้นเวที ช่างภาพ และแขกที่ลุกไปเข้าห้องน้ำหรือ networking. ถ้าทางเดินแคบ งานจะเสียความลื่นทันที

อย่าลืมเผื่อเวลาเข้าและออกห้อง

session แรกของวันมักโดนกระทบจากรถสนามบินและ registration ส่วน session สุดท้ายมักโดนกระทบจากแขกที่ต้องรีบไปสนามบินหรือไปกิจกรรมต่อ. layout ที่ดูพอดีเกินไปจะทำให้การขยับคนช่วงต้นและท้ายวันยิ่งยาก

สรุปสำหรับคนที่ต้องตัดสินใจเร็ว

ถ้าต้องเลือกห้องประชุมในเวียดนามให้พอดีกับงานจริง ให้เริ่มจาก usable capacity ไม่ใช่ headcount ดิบ. จำนวนคน, seating style, stage, registration, coffee break และทางเดินต้องถูกมองเป็นแพ็กเดียวกัน เพราะสิ่งที่กินพื้นที่ไม่ได้นั่งอยู่ในเก้าอี้แต่ทำให้งานติดขัดได้มากกว่า

หลักง่ายที่สุดคือส่ง brief ให้ venue แบบมี scenario และ trigger ชัดเจน. เมื่อทุกเจ้าเห็น requirement เดียวกัน คุณจะเทียบห้อง เทียบ foyer และเทียบเวลาพลิก layout ได้แม่นขึ้นมากกว่าดูแค่เลข capacity สูงสุดใน brochure. ถ้าต้องคุย requirement ต่อกับทีมวางแผน สามารถ ส่ง Brief ให้ทีมวางแผน พร้อม checklist ด้านบนได้เลย

แหล่งอ้างอิง

  1. Vietnam Tourism: A traveller's guide to Vietnam's airports
  2. Hyatt Regency Danang Resort and Spa: Meetings
  3. Ariyana Convention Centre Danang: Facilities & Services
  4. Saigon Exhibition and Convention Center: Conference Hall
  5. Furama Resort Danang: Conference, Incentive & Banquet Facilities

คำถามที่พบบ่อย

ถ้ามีผู้เข้าร่วม 100 คน ควรเริ่มจาก theatre หรือ classroom?

ให้เริ่มจากลักษณะ session ก่อน ถ้าคนต้องใช้โต๊ะหรือ laptop classroom จะปลอดภัยกว่า แม้ความจุจะกินพื้นที่มากกว่า theatre

usable capacity ต่างจาก capacity ใน brochure อย่างไร?

capacity ใน brochure มักเป็นตัวเลขสูงสุดตาม layout หนึ่งแบบ แต่ usable capacity คือจำนวนที่ยังใช้งานได้หลังหัก stage, registration, control desk, aisle และพื้นที่ support อื่นออกแล้ว

งานประชุมกับ gala ในวันเดียวควรถามอะไรเพิ่ม?

ควรถามเรื่อง turnaround time, พื้นที่รอแขกระหว่างเปลี่ยนห้อง, service aisle และตำแหน่งเวที เพราะจุดนี้เป็นตัวตัดว่าห้องเดียวกันจะใช้งานได้จริงหรือไม่

ทำไม foyer จึงสำคัญพอ ๆ กับห้องประชุมหลัก?

เพราะ registration, coffee break, sponsor wall และการรวมตัวช่วงพักมักเกิดที่ foyer ถ้าพื้นที่ส่วนนี้แคบ งานจะเริ่มติดแม้ในห้องหลักยังมีที่นั่งพอ

สนใจจัดทริป?

ปรึกษาทีมงานฟรี

สอบถาม / จองแพ็คเกจ
Line: @bens
LINE QR

สแกน QR หรือคลิกปุ่มด้านล่าง

โทรสอบถามได้ที่
065-459-5565