
นโยบายแอลกอฮอล์ gala dinner เวียดนาม รวมกฎหมายและข้อควรระวัง
แก้วฉลองในงานเลี้ยงเวียดนามควรมีทางเลือกให้ทั้งคนดื่มและไม่ดื่ม เรื่องที่ต้องเช็คก่อนคืองานบริษัทเสิร์ฟแอลกอฮอล์ได้ไหม เสิร์ฟได้เมื่อสถานที่และผู้ให้บริการปฏิบัติตามกฎหมายสุราและเบียร์ ต้องคุมอายุ ไม่ชักชวนหรือบังคับดื่ม และให้คนดื่มกลับโดยไม่ขับเอง บทนี้รวมนโยบายแอลกอฮอล์ gala dinner เวียดนาม หรืองานเลี้ยงมื้อค่ำขององค์กร ตั้งแต่กติกาบนโต๊ะ การเลือกสถานที่ ไปจนถึงแพ็กเกจเครื่องดื่ม
วางนโยบายแอลกอฮอล์สำหรับงาน gala dinner ในเวียดนาม เช็ค 3 กฎหมายหลักที่ต้องรู้
เริ่มจากประเด็นกฎหมายที่เกี่ยวกับแขกโดยตรง ได้แก่ การขับขี่ อายุผู้ดื่ม และการชักชวนหรือบังคับดื่ม ข้อกำหนดเหล่านี้อยู่ในกฎหมายหลักและกฤษฎีกาที่เกี่ยวข้องหลายฉบับ พอแปลงเป็นกติกางานเลี้ยงแล้ว ควรเขียนให้คนร่วมงาน พิธีกร และพนักงานเสิร์ฟเข้าใจตรงกันได้โดยไม่ต้องอ่านภาษากฎหมายทั้งชุด

กฎหมายเมาไม่ขับแบบเข้มงวด แอลกอฮอล์ในร่างกายต้องเป็นศูนย์
เวียดนามห้ามขับขี่ยานพาหนะเมื่อมีแอลกอฮอล์ในเลือดหรือลมหายใจ ตาม Law 44/2019/QH14 ส่วนบทลงโทษด้านจราจรมีรายละเอียดใน Decree 168/2024/NĐ-CP คำว่า zero tolerance ในเรื่องนี้จึงหมายถึงผู้ขับขี่มีแอลกอฮอล์ในเลือดหรือลมหายใจไม่ได้ แม้แขกจะบอกว่าดื่มนิดเดียวและยังรู้สึกปกติ ก็ไม่ควรวางแผนให้ขับกลับเอง
สำหรับคนมาร่วมมื้อค่ำ ให้ตัดสินใจเรื่องขากลับก่อนสั่งเครื่องดื่ม ถ้าตั้งใจขับรถ ให้เลือกเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ตลอดงาน ส่วนผู้จัดควรแจ้งตั้งแต่ก่อนวันงานว่ามีช่องทางกลับโรงแรมอย่างไร และติดต่อใครได้หากต้องออกก่อนจบ ไม่ปล่อยให้แขกต้องตัดสินใจเรื่องรถตอนงานเลิกแล้ว
ข้อความในคำเชิญเขียนให้ตรงได้ว่า “หากดื่มแอลกอฮอล์ กรุณาใช้รถรับส่งหรือให้ทีมงานช่วยจัดรถกลับที่พัก” จากนั้นใส่ชื่อผู้ประสานงานที่ติดต่อได้จริง คนอ่านจะรู้ว่าต้องทำอะไรและขอความช่วยเหลือที่ไหน โดยไม่ต้องยกบทลงโทษมาเป็นใจความหลักของงานฉลอง
ข้อกำหนดอายุขั้นต่ำ 18 ปี และข้อห้ามบังคับดื่มตามกฤษฎีกาควบคุม
กฎหมายห้ามผู้ที่ยังไม่ถึง 18 ปีดื่มสุราหรือเบียร์ และห้ามขาย จัดหา หรือใช้เครื่องดื่มเหล่านี้ส่งเสริมการขายให้คนกลุ่มนี้ หากมีพนักงานฝึกงานหรือผู้ติดตามมาร่วมงาน อย่าใช้การเป็นแขกของบริษัทแทนการเช็คอายุ ควรตกลงกับสถานที่ว่าจะตรวจอายุอย่างไรเมื่อไม่แน่ใจ และให้ผู้รับผิดชอบดูแลข้อมูลอย่างเหมาะสม
Decree 90/2026/NĐ-CP ซึ่งมีผลตั้งแต่ 2026-05-15 ระบุบทลงโทษเรื่องการขายหรือจัดหาแอลกอฮอล์ให้ผู้ยังไม่ถึงเกณฑ์ด้วย การแจ้งรายชื่อแขกให้ห้องจัดเลี้ยงจึงควรตามด้วยวิธีควบคุมการเสิร์ฟ เช่น กำหนดผู้รับผิดชอบที่จุดเครื่องดื่ม แทนการวางสุราและเบียร์ให้หยิบเองโดยไม่มีคนดูแล
อีกเรื่องที่ต้องคุยกับพิธีกรคือ กฎหมายห้ามชักชวน ยั่วยุ ล่อใจ หรือบังคับให้ผู้อื่นดื่มสุราหรือเบียร์ ไม่ควรเขียนกติกาแค่ว่า “ดื่มตามสมัครใจ” แต่ปล่อยให้กิจกรรมบนเวทีมีการลงโทษด้วยการดื่ม หรือเรียกคนที่ปฏิเสธขึ้นมาดื่มต่อหน้าคนอื่น ลองเปลี่ยนช่วงฉลองให้ทุกคนยกเครื่องดื่มที่ตัวเองเลือกได้ โดยไม่ผูกการร่วมกิจกรรมกับการดื่มแอลกอฮอล์
ข้อห้ามเกี่ยวกับสุราและเบียร์จากเว็บไซต์ข่าวรัฐบาลเวียดนามก่อนเริ่มงาน ควรบอกพนักงานเสิร์ฟให้ถามความต้องการก่อนเติมแก้ว และให้คนที่ไม่ดื่มสั่งทางเลือกอื่นได้โดยไม่ต้องอธิบายเหตุผลส่วนตัว หากใครฝืนกติกา ให้มีผู้ประสานงานช่วยคุยอย่างสุภาพเป็นการส่วนตัว ข้อความสั้น ๆ เหล่านี้นำไปรวมกับข้อตกลงระหว่างทริปได้ เพื่อให้กติกามื้อค่ำสอดคล้องกับกิจกรรมช่วงอื่น
อ่านต่อ: Code of Conduct สำหรับทริปบริษัทเวียดนามควรมีหัวข้ออะไรการเลือกสถานที่จัดงานและระบบเดินทางกลับที่ปลอดภัย
ห้องจัดเลี้ยงที่ถูกใจต้องตอบได้มากกว่าเรื่องอาหารและเวที ก่อนตกลงใช้สถานที่ ให้ถามว่าใครเป็นผู้จำหน่ายเครื่องดื่ม พื้นที่ที่จองใช้เสิร์ฟได้ภายใต้เงื่อนไขใด และรถจะเข้ารับแขกตรงไหน คำตอบควรผูกกับห้องหรือพื้นที่จัดงานจริง โดยเฉพาะงานที่มีทั้งช่วงต้อนรับด้านนอกและมื้อค่ำด้านใน

สถานที่ปิดที่ได้รับอนุญาต โรงแรมและศูนย์ประชุม
โรงแรมหรือศูนย์ประชุมเป็นตัวเลือกที่ควรพิจารณาเมื่อจัดงานในพื้นที่ปิด แต่ชื่อประเภทอาคารไม่ได้ยืนยันว่าเสิร์ฟแอลกอฮอล์ได้ทุกแห่ง ให้สถานที่ยืนยันใบอนุญาตหรือข้อกำหนดที่ใช้กับผู้ขายและพื้นที่นั้น รวมถึงแหล่งที่มาของเครื่องดื่ม ก่อนตกลงรายละเอียดการเสิร์ฟ
ข้อมูลตาม Decree 105/2017/NĐ-CP วางหลักว่าธุรกิจสุราเป็นกิจการมีเงื่อนไข และการขายเพื่อบริโภค ณ สถานที่เกี่ยวข้องกับใบอนุญาต ทางปฏิบัติจึงควรขอให้โรงแรม ร้านอาหาร หรือผู้ให้บริการเครื่องดื่มเช็คข้อกำหนดที่ใช้กับงานให้ชัด หากนำเครื่องดื่มจากภายนอกเข้ามา ให้ถามด้วยว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบและต้องมีเอกสารอะไรประกอบ ไม่ถือว่าใช้เงื่อนไขเดียวกับเครื่องดื่มของสถานที่โดยอัตโนมัติ
ขั้นตอนใบอนุญาตขายสุราเพื่อดื่ม ณ สถานที่จากศูนย์บริการภาครัฐเวียดนามส่วนพื้นที่สาธารณะต้องดูเงื่อนไขเฉพาะ Decree 24/2020/NĐ-CP ระบุพื้นที่ห้ามดื่มเพิ่มเติม เช่น สวนสาธารณะ โดยมีข้อยกเว้นบางกรณีสำหรับร้านอาหารที่ได้รับอนุญาตก่อนกฤษฎีกามีผล รวมถึงโรงภาพยนตร์ โรงละคร และสถานที่วัฒนธรรมหรือกีฬาในช่วงใช้งานตามหน้าที่หลัก ซึ่งมีข้อยกเว้นเฉพาะเช่นกัน ถ้าสนใจจัดงานในพื้นที่ลักษณะนี้ ให้เจ้าของสถานที่เช็คสิทธิใช้งานและเงื่อนไขการเสิร์ฟก่อนยืนยันรูปแบบงาน
ใช้รายการนี้คุยกับสถานที่ได้โดยไม่ต้องเริ่มจากชื่อแพ็กเกจ:
• พื้นที่เสิร์ฟ: ขอให้ระบุห้องและบริเวณที่ใช้จริง รวมถึงจุดต้อนรับแขก
• ผู้จำหน่าย: เช็คว่าโรงแรมเป็นผู้ขายเองหรือใช้ผู้ให้บริการภายนอก และขอคำยืนยันเรื่องใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง
• แหล่งเครื่องดื่ม: ขอข้อมูลผู้จัดหาและรายการที่จะเสิร์ฟให้ตรงกับข้อตกลง
• ผู้ดูแลหน้างาน: ระบุคนที่ตัดสินใจเรื่องการเสิร์ฟและประสานกับผู้จัดได้ตลอดมื้อค่ำ
การจัดรถบัสรับส่งและการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน
ถ้าแขกพักโรงแรมเดียวกัน รถบัสรับส่งเป็นทางเลือกที่นำมาวางแผนได้ ส่วนคนที่พักต่างแห่งหรือกลับก่อน ควรมีช่องทางจัดรถแยกไว้ด้วย แนวทางนี้เป็นการจัดการเดินทางให้สอดคล้องกับกติกาคนดื่มไม่ขับ ไม่ใช่ข้อบังคับว่าทุกงานต้องใช้รถบัสรูปแบบเดียวกัน
ก่อนเปิดงาน ให้แจ้งจุดขึ้นรถ จุดส่ง และผู้ประสานงานให้แขกรู้ ควรมีคนช่วยเช็คชื่อก่อนรถออก และให้คนที่กลับเองแจ้งทีมงานไว้ด้วย ถ้าห้องจัดเลี้ยงอยู่ห่างจากจุดจอดรถ ลองเดินเส้นทางจริงเพื่อดูว่าต้องมีคนพาไปขึ้นรถตรงไหน แขกจะได้ไม่แยกกันออกไปตามหารถหลังจบงาน
สำหรับแขกที่ต้องใช้รถแยก Grab For Business Concierge เป็นเครื่องมือจองรถให้แขกธุรกิจหรือผู้บริหารในเวียดนาม โดยเลือกจองล่วงหน้าหรือเรียกทันที และส่งรายละเอียดทริปผ่าน SMS ได้ หากจะใช้บริการนี้ ให้ผู้รับผิดชอบเตรียมข้อมูลจุดรับกับที่พักให้ครบ พร้อมเช็คความพร้อมของบริการสำหรับวันและพื้นที่จัดงาน
ควรเผื่อวิธีติดต่อสถานที่หรือผู้ให้บริการรถไว้ หากเรียกผ่านแอปพลิเคชันแล้วไม่มีรถพร้อมรับ แขกควรมีจุดนั่งรอและคนที่ช่วยประสานต่อได้จนขึ้นรถเรียบร้อย เรื่องรถรับส่งกับผู้รับผิดชอบจึงควรอยู่ในเอกสารเตรียมงานเดียวกับกำหนดการบนเวที
อ่านต่อ: Brief Gala Dinner เวียดนามสำหรับบริษัท ต้องมีข้อมูลอะไรบ้างภาษีสรรพสามิตและแนวโน้มต้นทุนเครื่องดื่มในงานเลี้ยง
เลือกสถานที่ได้แล้ว ค่อยลงรายละเอียดเครื่องดื่มโดยแยกประเภทและเงื่อนไขบริการให้ชัด คำว่า Free Flow หมายถึงแพ็กเกจเครื่องดื่มแบบเติมต่อเนื่องในช่วงเวลาที่ตกลงกัน แต่ตอนเปรียบเทียบข้อเสนอ ยังต้องดูว่าเติมอะไรได้บ้าง เริ่มและหยุดเสิร์ฟเมื่อใด และรวมบริการส่วนไหนไว้แล้ว

การปรับขึ้นภาษีแอลกอฮอล์และผลกระทบต่อราคาเครื่องดื่มในโรงแรม
Law 66/2025/QH15 ว่าด้วยภาษีสรรพสามิตมีผลตั้งแต่ 2026-01-01 และกำหนดแนวทางปรับอัตราสำหรับสุราและเบียร์ ข้อมูลนี้ช่วยให้เข้าใจว่าต้นทุนฝั่งโรงแรมและผู้จัดหาอาจเปลี่ยน แต่ยังบอกไม่ได้ว่าแพ็กเกจงานเลี้ยงจะปรับขึ้นเท่าไร
| ประเภทเครื่องดื่ม | อัตราตั้งแต่ 2026-01-01 | อัตราตั้งแต่ 2031-01-01 |
|---|---|---|
| สุราตั้งแต่ 20 ดีกรีขึ้นไป | 65% | 90% |
| สุราต่ำกว่า 20 ดีกรี | 35% | 60% |
| เบียร์ | 65% | 90% |
ตารางนี้เทียบอัตราภาษีตามวันที่ระบุ เพื่อเห็นทิศทางระยะยาว ไม่ใช่อัตราการเพิ่มราคาที่โรงแรมจะเรียกเก็บกับผู้จัดงาน และเบียร์ก็อยู่ในกรอบภาษีด้วย หากกำลังวางงานล่วงหน้า ให้สถานที่ยืนยันเงื่อนไขที่ใช้กับวันจัดงานจริง รวมถึงระยะเวลายืนข้อเสนอ ก่อนนำไปเปรียบเทียบกับแห่งอื่น
ตารางภาษีสุราและเบียร์ตาม Law 66/2025/QH15 จากเว็บไซต์รัฐบาลเวียดนามอย่านำส่วนต่างของอัตราภาษีไปบวกกับราคาแพ็กเกจเดิมตรง ๆ เพราะราคาบริการยังขึ้นกับรายการเครื่องดื่มและเงื่อนไขที่ผู้ขายเสนอ วิธีคุยที่ช่วยให้ตัดสินใจได้คือ ขอรายละเอียดแยกรายการเครื่องดื่มออกจากบริการจัดเลี้ยง แล้วถามให้ชัดว่าข้อเสนอรวมภาษีและค่าบริการที่เกี่ยวข้องแล้วหรือยัง
แนวทางเลือกแพ็กเกจเครื่องดื่มและทางเลือกไร้แอลกอฮอล์
ลองถามตัวเองก่อนว่า แขกจะใช้เวลาส่วนใหญ่กินข้าว พูดคุย หรือร่วมกิจกรรมบนเวที ถ้ามีช่วงมอบรางวัลต่อเนื่อง ก็ควรคุยกับสถานที่ว่าเสิร์ฟอย่างไรให้ไม่รบกวนพิธี แทนการเลือก Free Flow จากชื่อแพ็กเกจอย่างเดียว และถ้าบางคนต้องออกก่อนจบงาน ก็ควรนำเรื่องนี้ไปประกอบการเลือกช่วงบริการด้วย
ก่อนตอบตกลง ขอรายการชนิดเครื่องดื่มและเงื่อนไขการเปลี่ยนรายการไว้ให้ครบ โดยเฉพาะกรณีของที่เลือกไม่มีในวันงาน ควรตกลงว่าทีมสถานที่ต้องแจ้งใครก่อนเปลี่ยน และช่วงใดเป็นเวลาหยุดเติมแก้ว ข้อตกลงเหล่านี้ช่วยให้ผู้จัดกับพนักงานเข้าใจตรงกันตั้งแต่ก่อนเริ่มเสิร์ฟ
สำหรับแขกที่ไม่ดื่ม ให้เลือกเมนูไร้แอลกอฮอล์ไปพร้อมกันตั้งแต่แรก เช่น น้ำผลไม้ โซดาผลไม้ หรือม็อกเทลที่ยืนยันส่วนผสมแล้ว ควรจัดให้สั่งได้สะดวกและร่วมช่วงฉลองได้เหมือนเครื่องดื่มอื่น หากมีเมนูหน้าตาคล้ายค็อกเทล ให้ใช้ป้ายชื่อหรือวิธีแยกแก้วที่พนักงานและแขกเข้าใจตรงกัน
การเลือกเครื่องดื่มจบได้เมื่อรู้ทั้งรายการ ช่วงบริการ และวิธีดูแลคนที่มีความต้องการต่างกัน ถ้ามื้อค่ำเป็นส่วนหนึ่งของทริปหลายกิจกรรม ให้ดูด้วยว่าวันถัดไปเริ่มเดินทางช่วงไหน จะได้คุยกำหนดจบงานกับสถานที่ให้เหมาะกับแผนเที่ยว
ดูโปรแกรมทริปเวียดนามสำหรับองค์กรจัด gala dinner เวียดนามกับ BENS วางแผนงานเลี้ยงและคุมกติกาครบวงจร
ถ้ากำลังเตรียมมื้อค่ำสำหรับทริปเวียดนาม BENS DVA ช่วยคัดเลือกโรงแรม รวบรวมคำยืนยันเรื่องใบอนุญาตจากสถานที่หรือผู้ให้บริการเครื่องดื่ม และดูแลลำดับการเสิร์ฟเครื่องดื่มให้สอดคล้องกับกติกาที่ตกลงกันได้ เริ่มคุยจากเมืองที่จะไป ลักษณะแขก และรูปแบบงานที่ต้องการ เพื่อให้ทีมงานช่วยเตรียมรายละเอียดที่เหมาะกับมื้อฉลองของคุณ
คำถามที่พบบ่อย
งานเลี้ยงบริษัทในเวียดนามเสิร์ฟแอลกอฮอล์ได้ไหม?
เสิร์ฟได้เมื่อสถานที่และผู้ให้บริการปฏิบัติตามกฎหมายสุราและเบียร์ ควรให้สถานที่ยืนยันเงื่อนไขของพื้นที่จัดงานและผู้ขาย พร้อมวางกติกาเรื่องอายุ การไม่บังคับดื่ม และการเดินทางกลับของแขก
พนักงานฝึกงานร่วมงานได้ ต้องเช็คอายุก่อนเสิร์ฟด้วยไหม?
ต้องเช็คเกณฑ์อายุแยกจากสถานะผู้ร่วมงาน เพราะเวียดนามห้ามผู้ที่ยังไม่ถึง 18 ปีดื่มสุราหรือเบียร์ และห้ามขายหรือจัดหาให้คนกลุ่มนี้ ควรตกลงวิธีตรวจอายุเมื่อไม่แน่ใจกับพนักงานที่จุดเสิร์ฟไว้ก่อน
ดื่มแค่นิดเดียวแล้วขับรถกลับโรงแรมได้หรือเปล่า?
เวียดนามห้ามขับขี่ยานพาหนะเมื่อมีแอลกอฮอล์ในเลือดหรือลมหายใจ หากตั้งใจดื่ม ให้เตรียมรถรับส่งหรือรถที่มีคนขับไว้ก่อนเริ่มงาน ไม่ใช้ความรู้สึกว่ายังปกติตัดสินว่าขับได้
ภาษีแอลกอฮอล์ที่เพิ่มขึ้นทำให้ Free Flow ปรับขึ้นเท่ากันไหม?
สรุปแบบนั้นไม่ได้ อัตราภาษีตามกฎหมายไม่ได้บอกอัตราการเพิ่มราคาแพ็กเกจโรงแรมโดยตรง ควรขอรายการเครื่องดื่ม ช่วงบริการ และเงื่อนไขที่ใช้กับวันจัดงานจริงมาเปรียบเทียบ
จัดช่วงชนแก้วอย่างไรให้คนไม่ดื่มร่วมได้สบายใจ?
ให้แขกยกเครื่องดื่มที่ตัวเองเลือกได้ รวมถึงเมนูไร้แอลกอฮอล์ และแจ้งพิธีกรให้หลีกเลี่ยงการชักชวนหรือบังคับดื่ม ไม่ใช้การดื่มสุราหรือเบียร์เป็นเงื่อนไขร่วมกิจกรรมหรือบทลงโทษในเกม