Incentive Vietnam
ภาพปกทีมทริปบริษัทประสาน Emergency Communication Tree และบันทึกสถานการณ์ในโรงแรมเวียดนาม

Emergency Communication Tree ทริปบริษัทเวียดนาม ใครโทรหาใคร

22 สิงหาคม 2569 8 นาทีอ่านคู่มือจัดทริปองค์กร

สมมติว่าระหว่างทริปเวียดนาม เพื่อนร่วมทีมโทรมาบอกว่ามีคนต้องการความช่วยเหลือ แต่ไกด์อยู่กับรถอีกคัน คำถามแรกคงเป็น ต้องโทรหาใครก่อน Emergency Communication Tree หรือผังการสื่อสารยามฉุกเฉิน ช่วยกำหนดให้ผู้พบเหตุแจ้งหัวหน้ากลุ่มหรือไกด์ แล้วส่งต่อผู้ประสานงานหลักเพื่อเรียกหน่วยช่วยเหลือและแจ้งบริษัท โดยเหตุเร่งด่วนให้ติดต่อหน่วยฉุกเฉินทันทีพร้อมแจ้งทีมไปด้วย บทนี้รวมลำดับคนรับเรื่อง เบอร์สำคัญในเวียดนาม และข้อมูลที่ควรเตรียมให้พร้อมก่อนออกเดินทาง

Emergency Communication Tree โครงสร้างผังแจ้งเหตุฉุกเฉินในเวียดนาม ใครโทรหาใคร

ผังแจ้งเหตุที่ใช้ได้จริงควรเปิดดูแล้วรู้ทั้งชื่อคน เบอร์โทร และหน้าที่ของเขา แนวทางด้านล่างนำไปปรับใช้ภายในทริปได้ โดยเติมชื่อผู้รับผิดชอบตามทีมที่เดินทางจริง ถ้ามีแต่ตำแหน่งว่า “หัวหน้ากลุ่ม” แต่ไม่มีใครรู้ว่าหมายถึงใคร พอเกิดเรื่องก็ยังต้องถามหากันอยู่ดี

ทีมงานทริปบริษัทประชุมสั้นเพื่อกำหนดบทบาทและลำดับการแจ้งเหตุในเวียดนาม
ทีมงานทริปบริษัทประชุมสั้นเพื่อกำหนดบทบาทและลำดับการแจ้งเหตุในเวียดนาม

ลำดับการแจ้งเหตุจากผู้เดินทางสู่หัวหน้ากลุ่มและไกด์ท้องถิ่น

ให้ผู้พบเหตุเริ่มจากบอกว่าเกิดอะไร อยู่ตรงไหน และติดต่อกลับได้ทางใด แล้วแจ้งหัวหน้ากลุ่มหรือไกด์ที่ดูแลตนเอง คนรับเรื่องควรตอบกลับให้รู้ว่าได้รับข้อมูลแล้ว พร้อมบอกว่าจะประสานใครต่อ จะได้ไม่ปล่อยให้คนแจ้งนั่งเดาว่าข้อความถูกอ่านหรือยัง

ไกด์ท้องถิ่นมีบทบาทช่วยสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ เพราะสายฉุกเฉินของเวียดนามให้บริการเป็นภาษาเวียดนาม และการแจ้งความควรมีล่ามช่วย จึงควรใส่ชื่อไกด์ไว้ในผังใกล้กับผู้เดินทาง ให้ติดต่อได้ตั้งแต่เริ่มแจ้งเหตุ ไม่ต้องรอให้เรื่องผ่านบริษัทฝั่งไทยก่อน

คนในผังรับหน้าที่อะไรส่งข้อมูลให้ใคร
ผู้พบเหตุหรือผู้ร่วมเดินทางแจ้งเหตุ ตำแหน่ง และช่องทางติดต่อกลับหัวหน้ากลุ่มหรือไกด์ประจำทีม
หัวหน้ากลุ่มและไกด์ท้องถิ่นรับเรื่อง ช่วยสื่อสาร และแจ้งความคืบหน้าจากพื้นที่ผู้ประสานงานหลัก พร้อมติดต่อหน่วยฉุกเฉินเมื่อจำเป็น
ผู้ประสานงานหลักของทริปรวมข้อมูล ตัดสินใจเรื่องการเดินทาง และแบ่งคนประสานแต่ละด้านโรงพยาบาล ประกัน หน่วยงานไทย และฝ่ายบุคคลตามเหตุที่เกิด
ผู้ประสานงานบริษัทฝั่งไทยรับข้อมูลที่ยืนยันแล้วและแจ้งผู้เกี่ยวข้องในบริษัทผู้บริหารหรือผู้ติดต่อที่ตกลงกันไว้

ก่อนแจกผัง ลองให้เพื่อนในทีมเปิดดูแล้วตอบว่า ถ้าหัวหน้ากลุ่มรับสายไม่ได้จะโทรหาใคร ควรระบุคนสำรองและวิธีติดต่อไว้ด้วย รวมถึงเตรียมสำเนาที่เปิดอ่านได้แม้ใช้อินเทอร์เน็ตไม่ได้ ทั้งหมดนี้เป็นข้อตกลงที่ผู้จัดทริปควรทำให้ชัดก่อนเริ่มเดินทาง

การส่งต่อเรื่องด่วนถึงผู้ประสานงานหลักและหน่วยงานช่วยเหลือภายนอก

ผู้ประสานงานหลักควรเป็นคนที่ได้รับมอบหมายให้ตัดสินใจเรื่องของทริปและส่งต่อเหตุฉุกเฉินได้จริง เช่น ปรับการเดินทางของทีม หรือแบ่งคนไปประสานโรงพยาบาลกับบริษัทประกัน ส่วนฝ่ายบุคคลฝั่งไทยควรรู้ว่าใครเป็นคนสรุปข่าวจากพื้นที่ เพื่อให้การแจ้งผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน

ผังนี้ต้องไม่ทำให้การขอความช่วยเหลือช้าลง ถ้าต้องการหน่วยฉุกเฉิน ให้คนที่ติดต่อได้โทรขอความช่วยเหลือทันที และให้เพื่อนอีกคนแจ้งผู้ดูแลทริปควบคู่กัน เมื่อไกด์รับช่วงคุยกับเจ้าหน้าที่แล้ว ควรบอกทีมด้วยว่าใครกำลังประสานเรื่องใด เพื่อลดการโทรซ้ำโดยไม่มีข้อมูลใหม่

ข้อมูลที่ส่งต่อควรแยกสิ่งที่เห็นเองออกจากสิ่งที่ยังรอยืนยัน เช่น พบผู้ร่วมทริปที่จุดใดแล้ว หรือกำลังรอเจ้าหน้าที่แนะนำขั้นตอนถัดไป ถ้ายังไม่รู้คำตอบ ให้บอกว่ายังไม่ยืนยัน แทนการคาดเดาสาเหตุหรือรับปากว่าจะกลับมาร่วมโปรแกรมได้เมื่อไร

เมื่อนำผังไปใช้ ควรเตรียมการ์ดฉุกเฉินคู่กัน มีข้อมูลที่พัก รายชื่อผู้ติดต่อ โรงพยาบาลหรือคลินิกปลายทาง และรายละเอียดประกันที่หยิบใช้ได้ทันที อ่านรายละเอียดการจัดข้อมูลได้ที่ อ่านต่อ: Incident Response Card สำหรับทริปบริษัทเวียดนามควรมีข้อมูลอะไร

เบอร์โทรฉุกเฉินในเวียดนามและช่องทางติดต่อสถานทูตไทย

บันทึกเบอร์โดยใส่ชื่อหน่วยงานและหน้าที่กำกับไว้ จะได้เลือกโทรตรงเรื่อง รายการต่อไปนี้อิงข้อมูลที่ตรวจสอบเมื่อ 6 ก.ย. 2569 ก่อนเดินทางให้เช็คช่องทางทางการอีกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อทริปเปลี่ยนเมืองหรือเดินทางข้ามพื้นที่ดูแลของหน่วยงานไทย

คอลลาจสถานที่ล้วนแสดงสนามบิน เมือง และโรงแรมในเวียดนามซึ่งต้องกำหนดผู้ประสานงานแยกตามจุด
คอลลาจสถานที่ล้วนแสดงสนามบิน เมือง และโรงแรมในเวียดนามซึ่งต้องกำหนดผู้ประสานงานแยกตามจุด

สายด่วนสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย และสถานกงสุลใหญ่ ณ นครโฮจิมินห์

หน่วยงานไทยเบอร์ติดต่อพื้นที่ดูแลตามข้อมูลทางการ
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอยฉุกเฉินสำหรับคนไทย: 090 454 4800
เวลาราชการ: 0243 823 5095 หรือ 0243 823 5092 - 4 ต่อ 130
กรุงฮานอยและภาคเหนือ ตั้งแต่เหนือจังหวัดเถื่อเทียน-เว้ขึ้นไปและจังหวัดชายแดน
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโฮจิมินห์ฉุกเฉินนอกเวลาราชการ: (+84)36-696-4621
เวลาราชการ: (+8428) 3932 7637-8 กด 0
นครโฮจิมินห์และภาคใต้ ตั้งแต่จังหวัดเถื่อเทียน-เว้ลงไป

เบอร์ในตารางคงรูปแบบตามข้อมูลของหน่วยงาน ก่อนแจกให้ทีมควรให้ผู้ดูแลทริปเช็ควิธีโทรจากซิมที่จะใช้จริง และบันทึกชื่อหน่วยงานให้ครบ สายด่วนฉุกเฉินควรเก็บไว้สำหรับเหตุเร่งด่วน ส่วนเรื่องทั่วไปใช้ช่องทางเวลาราชการ

หากต้องขอคำแนะนำ ให้เตรียมชื่อผู้ติดต่อ ที่อยู่ปัจจุบัน เบอร์โทรกลับ และสรุปสิ่งที่เกิดขึ้นไว้ใกล้มือ จะได้เล่าเรื่องต่อเนื่องโดยไม่ต้องสลับไปค้นข้อความในกลุ่มระหว่างคุย เช็คเบอร์และคำแนะนำก่อนออกเดินทางได้จากหน้าของหน่วยงานโดยตรง

• ช่องทางฉุกเฉินของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย

• คำแนะนำกรณีฉุกเฉินของสถานกงสุลใหญ่ ณ นครโฮจิมินห์

เบอร์ตำรวจ ดับเพลิง และหน่วยแพทย์ฉุกเฉินท้องถิ่น 113 114 115

หมายเลขหน่วยงานหรือเหตุที่รับแจ้ง
113ตำรวจ
114ดับเพลิง
115รถพยาบาลและการแพทย์ฉุกเฉิน
112สายด่วนฉุกเฉินระดับประเทศ รับแจ้งเหตุ ภัยพิบัติ และคำขอความช่วยเหลือ

สาย 112 สามารถส่งต่อเรื่องที่อยู่ในความรับผิดชอบของตำรวจ ดับเพลิง หรือการแพทย์ฉุกเฉินไปยังระบบที่เกี่ยวข้องได้ เมื่อแจ้งเหตุให้บอกตำแหน่งที่หาเจอจริง เช่น ชื่อที่พักและที่อยู่ เตรียมข้อมูลสถานที่เป็นภาษาเวียดนามให้ไกด์หรือผู้ช่วยสื่อสารใช้ประกอบ จะได้ไม่ต้องพยายามถอดเสียงชื่อสถานที่กันระหว่างขอความช่วยเหลือ

ขั้นตอนปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินระหว่างเดินทางในเวียดนาม

หลังมีคนรับเรื่องแล้ว ให้แบ่งหน้าที่ตามสถานการณ์ คนที่อยู่ใกล้เหตุคอยรายงานจากพื้นที่ คนที่ประสานหน่วยงานติดตามคำแนะนำ ส่วนผู้ดูแลสมาชิกที่เหลือแจ้งว่าจะให้รอที่ไหนและรับข่าวจากใคร ลดการเดินแยกไปตามหากันเองโดยที่ผู้จัดยังไม่รู้ตำแหน่ง

ทีมทริปบริษัทซ้อมการประสานงานและตรวจ contact ก่อนเดินทางไปเวียดนาม
ทีมทริปบริษัทซ้อมการประสานงานและตรวจ contact ก่อนเดินทางไปเวียดนาม

การประเมินสถานการณ์เบื้องต้นและประสานโรงพยาบาลในพื้นที่

เริ่มจากเช็คว่าจุดที่อยู่ยังปลอดภัยหรือไม่ และมีใครต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน หากไม่แน่ใจเรื่องอาการ ให้ขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ แทนการให้ผู้จัดทริปตัดสินเองว่ารอได้หรือเดินทางต่อไหว การเตรียมรายชื่อสถานพยาบาลในเส้นทางไว้ก่อนออกทริปจึงช่วยให้มีข้อมูลพร้อมประสานเมื่อจำเป็น

ผู้ดูแลสามารถใช้ลำดับนี้เป็นแนวทางทำงานร่วมกันได้

• แจ้งเหตุและตำแหน่งปัจจุบันให้ผู้ช่วยเหลือ พร้อมบอกอาการหรือสิ่งที่สังเกตเห็นตามจริง

• ให้ไกด์ช่วยคุยกับหน่วยงานในพื้นที่ และปฏิบัติตามคำแนะนำเรื่องการเข้าถึงผู้ประสบเหตุหรือการเดินทางไปโรงพยาบาล

• มอบหมายคนติดตามผู้ที่ต้องเข้ารับบริการ แล้วแจ้งผู้ประสานงานทริปว่าติดต่อกลับที่ใคร

• ให้สมาชิกที่เหลืออยู่ในจุดที่ปลอดภัยตามสถานการณ์ และรอข้อมูลที่ยืนยันแล้วก่อนเปลี่ยนแผนเดินทาง

ถ้าเป็นเหตุที่กระทบพื้นที่ เช่น สถานการณ์ไม่ปลอดภัย ให้ติดตามข่าวสาร ติดต่อหน่วยงานไทยเพื่อขอคำแนะนำ และเตรียมเอกสารเดินทางกับสิ่งจำเป็นไว้ หากได้รับคำแนะนำให้ออกจากพื้นที่ ให้ไปยังพื้นที่ปลอดภัยหรือจุดนัดหมายที่หน่วยงานกำหนด การตัดสินใจว่าจะอยู่ในที่พักหรือย้ายออกควรดูสถานการณ์จริงและคำแนะนำล่าสุด

สำหรับผู้จัดที่กำลังเตรียมเส้นทาง ควรคุยเรื่องผู้ดูแลแต่ละช่วงและข้อมูลสถานพยาบาลพร้อมกับแผนการเดินทาง จะได้รู้ว่าต้องเตรียมอะไรตั้งแต่ก่อนออกทริป ดูขอบเขตการประสานงานได้ที่ บริการจัดการเดินทางสำหรับองค์กร

การเตรียมข้อมูลกรมธรรม์ประกันเดินทางและเอกสารส่งต่อทางการแพทย์

ก่อนเดินทางให้เช็คกรมธรรม์ว่าครอบคลุมการรักษาและการเคลื่อนย้ายฉุกเฉินอย่างไร พร้อมบันทึกช่องทางติดต่อบริษัทประกันไว้ การมีประกันควรตามมาด้วยการรู้ว่าจะติดต่อที่ไหนและต้องส่งเอกสารอะไร เพราะเงื่อนไขการช่วยเหลือขึ้นอยู่กับกรมธรรม์ที่เลือก

เตรียมบัตรประจำตัวกรมธรรม์ แบบฟอร์มเคลม และข้อมูลสุขภาพที่จำเป็นไว้ให้เจ้าของข้อมูลหยิบใช้ได้ เช่น กรุ๊ปเลือด โรคประจำตัว ยาที่ใช้ และประวัติแพ้ยา หากทำข้อมูลเป็นภาษาท้องถิ่นได้ ให้เตรียมไว้สำหรับสื่อสารกับผู้ให้บริการสุขภาพด้วย

เมื่อเข้ารับการรักษา ควรเก็บสำเนาสรุปการรักษา เอกสารค่าใช้จ่าย และใบเสร็จสำหรับส่งต่อประกัน ผู้ประสานงานอาจช่วยจดว่าติดต่อหน่วยงานใดแล้ว ได้รับคำแนะนำอะไร และเอกสารใดยังรออยู่ เพื่อให้คนที่รับช่วงต่อทำงานได้โดยไม่ต้องเริ่มถามใหม่ทั้งหมด

ส่วนข้อมูลที่แจ้งในกลุ่มทริป ควรเน้นสิ่งที่สมาชิกต้องรู้เพื่อเดินทางต่อ เช่น จุดรอหรือการเปลี่ยนโปรแกรม รายละเอียดสุขภาพให้ส่งเฉพาะผู้ที่จำเป็นต้องใช้ช่วยเหลือ และตกลงกับเจ้าของข้อมูลเรื่องผู้ติดต่อไว้ล่วงหน้า อ่านแนวทางจัดการข้อมูลต่อได้ที่ อ่านต่อ: ข้อมูลสุขภาพผู้ร่วมทริปบริษัท ควรเก็บและส่งต่ออย่างไรให้เป็นส่วนตัว

พาทีมไปเวียดนาม ดูแลความปลอดภัยและวางแผนทริปบริษัทกับ BENS

BENS ช่วยวางลำดับแจ้งเหตุ เตรียมรายชื่อผู้ติดต่อ และจัดข้อมูลหน่วยงานไทย ประกัน โรงพยาบาล และเอกสารเดินทางให้พร้อมก่อนทริป โดยเริ่มคุยจากเมืองที่จะไปและผู้ดูแลในแต่ละช่วง ดูแนวทางเส้นทางได้ที่ โปรแกรมทัวร์เวียดนามสำหรับองค์กร

เมื่อมีแผนเดินทางแล้ว ลองนำรายชื่อผู้รับผิดชอบมาคุยร่วมกันว่าจุดไหนยังไม่มีคนรับช่วง เพื่อเตรียมผังที่ทุกคนในทีมเปิดใช้ได้ เริ่มวางแผนได้ที่ ติดต่อทีมงาน BENS DVA

คำถามที่พบบ่อย

ผังแจ้งเหตุฉุกเฉินของทริปบริษัทควรเริ่มที่ใคร?

ให้ผู้พบเหตุแจ้งหัวหน้ากลุ่มหรือไกด์ แล้วส่งต่อผู้ประสานงานหลักตามหน้าที่ที่ตกลงกันไว้ ถ้าเป็นเหตุเร่งด่วน ให้ติดต่อหน่วยฉุกเฉินทันทีพร้อมแจ้งทีมควบคู่กัน

ถ้าคนรับเรื่องหลักติดต่อไม่ได้ควรทำอย่างไร?

ควรกำหนดคนสำรองพร้อมเบอร์ติดต่อไว้ในผังก่อนเดินทาง ผู้ร่วมทริปจะได้รู้ว่าจะส่งต่อเรื่องให้ใคร โดยไม่ต้องรอคำตอบจากช่องทางเดิมอย่างเดียว

ไม่พูดภาษาเวียดนามจะขอความช่วยเหลืออย่างไร?

ให้ไกด์ท้องถิ่นหรือล่ามช่วยสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ เพราะสายฉุกเฉินในเวียดนามให้บริการเป็นภาษาเวียดนาม ควรเตรียมชื่อสถานที่ ที่อยู่ และช่องทางติดต่อกลับให้พร้อมด้วย

สาย 112 ต่างจาก 113 114 และ 115 อย่างไร?

112 เป็นสายด่วนฉุกเฉินระดับประเทศสำหรับแจ้งเหตุ ภัยพิบัติ และขอความช่วยเหลือ โดยส่งต่อเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ ส่วน 113 คือตำรวจ 114 ดับเพลิง และ 115 รถพยาบาลหรือการแพทย์ฉุกเฉิน

ต้องเตรียมเอกสารอะไรไว้ประสานประกันระหว่างทริป?

เตรียมบัตรประจำตัวกรมธรรม์ ช่องทางติดต่อประกัน และแบบฟอร์มเคลม เมื่อรับการรักษาให้เก็บสำเนาสรุปการรักษา เอกสารค่าใช้จ่าย และใบเสร็จ พร้อมเช็คเงื่อนไขและรายการเอกสารกับบริษัทประกัน

สนใจจัดทริป?

ปรึกษาทีมงานฟรี

สอบถาม / จองแพ็คเกจ
Line: lin.ee/G7k4PEB
LINE QR

สแกน QR หรือคลิกปุ่มด้านล่าง

โทรสอบถามได้ที่
065-459-5565