Incentive Vietnam
ภาพปกทีม HR และจัดซื้อตรวจสัญญาโรงแรมเวียดนามสำหรับกรุ๊ปบริษัท

สัญญาโรงแรมเวียดนามสำหรับกรุ๊ปบริษัท ควรตรวจ Clause ใดบ้าง

15 สิงหาคม 2569 8 นาทีอ่านคู่มือจัดทริปองค์กร

สัญญาโรงแรม เวียดนาม กรุ๊ปบริษัท ควรตรวจอย่างน้อย 10 กลุ่มเงื่อนไข: คู่สัญญาและขอบเขตบริการ, room block, attrition, cutoff, เวลาเข้า-ออก, function space, อาหารและเครื่องดื่ม, การชำระเงิน, ความเสียหาย, force majeure และเส้นทาง escalation จุดสำคัญไม่ใช่แค่ว่า “มี clause แล้ว” แต่ต้องอ่านให้เห็นตัวเลข วันตัดยอด วิธีคำนวณ ผู้อนุมัติ และหลักฐานที่ใช้ยืนยันเมื่อเกิดข้อโต้แย้ง

บทความนี้เป็น checklist เชิงปฏิบัติการสำหรับ HR จัดซื้อ และผู้อนุมัติ ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ก่อนลงนามควรให้ฝ่ายกฎหมายหรือที่ปรึกษาที่เข้าใจกฎหมายและเขตอำนาจตามสัญญาตรวจถ้อยคำฉบับจริงอีกครั้ง

สัญญาโรงแรมเวียดนามสำหรับกรุ๊ปบริษัท ควรตรวจ Clause ใดบ้าง?

เริ่มจากเงื่อนไขที่ทำให้บริษัทเสียเงินหรือเสียพื้นที่ได้ก่อน ได้แก่ room block, attrition, cutoff, cancellation, function space และยอดขั้นต่ำอาหาร จากนั้นค่อยตรวจการปฏิบัติงาน เช่น เวลาเช็กอิน รายชื่อห้อง ค่าใช้จ่ายส่วนตัว ความเสียหาย และคนที่มีอำนาจตัดสินใจหน้างาน

1. คู่สัญญา ขอบเขตบริการ และเอกสารที่มีผล

ตรวจชื่อบริษัท โรงแรม นิติบุคคลที่รับเงิน ที่อยู่ เลขภาษี และผู้มีอำนาจลงนามให้ตรงกับเอกสารจัดซื้อ ระบุด้วยว่า proposal, banquet event order, rooming list, ใบเสนอราคา และอีเมลแก้ไขฉบับใดถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา หากตัวเลขต่างกัน ต้องเขียนลำดับว่าเอกสารใดมีผลเหนือกว่า

แยกบริการที่ “รวมแน่นอน” ออกจากบริการที่ “ขึ้นกับ availability” เช่น ห้องประชุมสำรอง early check-in ห้องเชื่อมถึงกัน หรือการอัปเกรด คำว่า subject to availability ไม่ควรถูกนับเป็นของที่รับประกันในแผนปฏิบัติการ

2. Room Block และ Room Type

อย่าดูแค่ยอดห้องรวม ต้องตรวจจำนวนห้องรายคืน ประเภทเตียง จำนวนผู้เข้าพักต่อห้อง ห้องสำหรับผู้บริหาร ห้องพักทีมงาน และวันที่คนมาถึงหรือกลับไม่พร้อมกัน Cvent อธิบายว่า room block คือห้องที่โรงแรมกันไว้ให้กรุ๊ป และข้อเสนอของโรงแรมมักระบุยอดขั้นต่ำ วัน cutoff, attrition และนโยบายจองของกรุ๊ปไว้ด้วย ดูรายละเอียดจาก Cvent: Developing a Hotel Room Block Strategy

ให้แนบ room-block grid เป็นตารางรายคืนแทนประโยคกว้าง ๆ เช่น “50 ห้อง 3 คืน” เพราะคืนไหล่ทริปอาจใช้เพียง 10 ห้อง แต่คืนหลักใช้ 50 ห้อง หากสัญญาคิด attrition แยกรายคืน ความเสี่ยงจะต่างจากการคิดรวมทั้งทริปทันที

3. Attrition, Cutoff และ Cancellation

สามคำนี้ทำหน้าที่ต่างกัน Attrition กำหนดภาระเมื่อใช้ห้องหรือยอดอาหารต่ำกว่าที่ตกลง; cutoff คือวันที่โรงแรมหยุดถือ inventory หรือปิดรับรายชื่อ; cancellation คือผลเมื่อยกเลิกทั้งงานหรือบริการหลัก ต้องแยกฐานคำนวณ วันวัดผล ภาษี และเครดิตจากการขายห้องซ้ำให้ชัด

เอกสาร public group terms ของ Marriott หนึ่งฉบับแสดงตัวอย่างการเขียน attrition, cutoff, function space, minimum banquet revenue และตาราง cancellation เป็นคนละหัวข้อ จึงใช้เป็นตัวอย่างรูปแบบการตรวจได้ แต่ตัวเลขในเอกสารไม่ใช่มาตรฐานของโรงแรมเวียดนามทุกแห่ง อ่านตัวอย่างได้ที่ Marriott Standard Group Terms and Conditions

คำถามที่ควรเขียนคำตอบลงใน contract summary คือ “ลดได้กี่ห้องภายในวันใด”, “คำนวณรายคืนหรือรวม room nights”, “คิดจากรายได้ห้องหรือรายได้รวม”, “ห้องที่โรงแรมขายต่อได้จะนำมาหักหรือไม่” และ “การเปลี่ยนวันถือเป็น cancellation หรือ rebooking” หากไม่มีคำตอบ อย่าใช้ความเคยชินจากโรงแรมอื่นแทน

Clause แต่ละข้อมีความเสี่ยงและ Owner ภายในเป็นใคร?

ตารางนี้ใช้เป็น contract risk scorecard รอบแรก ให้ owner ใส่สถานะเขียว เหลือง หรือแดงตามความครบของหลักฐาน ไม่ใช้คะแนนนี้แทนความเห็นฝ่ายกฎหมาย จุดประสงค์คือทำให้ข้อที่ยังคลุมเครือมีคนรับผิดชอบก่อนถึงวันเซ็น

Clauseความเสี่ยงที่ต้องเห็นคำถาม/หลักฐานก่อนอนุมัติOwner ภายใน
คู่สัญญาและขอบเขตเซ็นกับนิติบุคคลหรือบริการไม่ตรงใบเสนอราคาชื่อผู้รับเงิน รายการรวม/ไม่รวม และลำดับเอกสารตรงกันหรือไม่จัดซื้อ + กฎหมาย
Room blockห้องหรือประเภทเตียงไม่พอในคืนหลักมี grid รายคืนและ room type ที่โรงแรมยืนยันแล้วหรือไม่Travel coordinator
Attritionยอดใช้จริงต่ำกว่าขั้นต่ำและเกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มสูตร วันวัดผล ภาษี และเครดิตขายซ้ำเขียนชัดหรือไม่จัดซื้อ + การเงิน
Cutoff / Rooming listห้องถูกปล่อยหรือแก้ชื่อไม่ทันวัน เวลา เขตเวลา ช่องทางส่ง และ acknowledgement คืออะไรHR + Hotel coordinator
Early / Late / No-showมีค่าใช้จ่ายหรือห้องไม่พร้อมเมื่อเที่ยวบินถึงรับประกันได้หรือเป็นเพียง request และใครจ่ายส่วนต่างTravel coordinator
Function space / AVห้องถูกสลับ ขนาดไม่พอ หรือค่าอุปกรณ์เพิ่มชื่อห้อง layout เวลา setup rehearsal และรายการ AV อยู่ใน annex หรือไม่Event lead
Meals / Banquetยอดขั้นต่ำ เมนู หรืออาหารพิเศษไม่ตรงจำนวนจริงguaranteed pax, cutoff, tax/service charge และ allergen process ชัดหรือไม่Event lead + HR
Payment / Master accountรายการส่วนตัวไหลเข้าใบแจ้งหนี้บริษัทdeposit schedule, สกุลเงิน, ผู้รับผิดชอบ incidentals และเอกสารกระทบยอดคืออะไรการเงิน
Damage / Securityบริษัทรับผิดกว้างเกินเหตุหรือไม่มีหลักฐานหน้างานนิยามความเสียหาย ขั้นตอนตรวจร่วม และผู้อนุมัติค่าใช้จ่ายชัดหรือไม่Event lead + กฎหมาย
Force majeure / Escalationยกเลิก เลื่อน หรือลดงานไม่ได้เมื่อเกิดเหตุรุนแรงเหตุ trigger, notice, หลักฐาน, remedy และรายชื่อผู้ตัดสินใจเขียนไว้หรือไม่ผู้บริหาร + กฎหมาย

วิธีให้สีแดง เหลือง เขียวแบบไม่หลอกตัวเอง

  • เขียว: มีตัวเลข วัน สูตร ผู้รับผิดชอบ และหลักฐานแนบครบ ทั้งสองฝ่ายยอมรับเป็นลายลักษณ์อักษร
  • เหลือง: มีหลักการแต่ยังขาดตัวเลขหรือ acknowledgement เช่น โรงแรมตอบว่า “จะพยายามจัดให้”
  • แดง: ถ้อยคำขัดกับ proposal, เปิดภาระไม่จำกัด, ไม่มีวิธีคำนวณ หรือผู้อนุมัติภายในยังไม่รับความเสี่ยง

ถ้ามีข้อแดงแม้เพียงข้อเดียวใน room block, cancellation, payment หรือ force majeure ให้หยุดวงอนุมัติชั่วคราวและส่งกลับหา owner ไม่ควรเฉลี่ยคะแนนรวมแล้วปล่อยให้ความเสี่ยงทางการเงินก้อนใหญ่ถูกกลบด้วยข้อเล็กที่ผ่าน

เงื่อนไข Early Check-in, Late Check-out และ No-show ต้องเขียนอย่างไร?

ให้แยกระหว่าง “คำขอ” กับ “ห้องที่การันตี” พร้อมระบุราคาและหน่วยคิดตามข้อเสนอจริง หากเที่ยวบินถึงเช้า แต่โรงแรมรับประกันห้องได้ตามเวลา check-in ปก ทีมต้องเลือกว่าจะจองห้องตั้งแต่คืนก่อน จัดพื้นที่พักรอ หรือปรับตาราง ไม่ควรเขียนในแผนว่าห้องพร้อมเช้าเพียงเพราะฝ่ายขายรับทราบเวลาเดินทาง

แยกคนออกนอกแพตเทิร์นหลัก

ทำรายชื่อ early arrival, late departure และ stay extension แยกจากกรุ๊ปหลัก ระบุว่าใครเป็นผู้จ่าย คืนใดอยู่ใน master account และคืนใดผู้เดินทางชำระเอง รวมถึงนโยบาย no-show และ early departure ในสัญญา วิธีนี้ช่วยไม่ให้ยอดห้องของผู้บริหารถูกปนกับ attrition ของกรุ๊ป

การส่งรายชื่อและการ freeze ควรผูกกับ cutoff ในสัญญาโดยตรง กระบวนการเก็บ field, คู่ห้อง และ change log อ่านได้ที่ อ่านต่อ: Rooming List ทริปบริษัทเวียดนาม ต้องเก็บข้อมูลอะไรและ Freeze เมื่อไร

ทีมกรุ๊ปบริษัทเช็กอินในล็อบบี้โรงแรมเวียดนามตาม room block และ rooming list
ทีมกรุ๊ปบริษัทเช็กอินในล็อบบี้โรงแรมเวียดนามตาม room block และ rooming list

Function Space, AV และอาหาร ต้องตรวจอะไรนอกเหนือจากห้องพัก?

ต้องระบุชื่อห้องจริง วันที่ ช่วงเวลา จำนวนคน รูปแบบการจัดโต๊ะ เวลาเข้าติดตั้ง เวลา rehearsal และอำนาจของโรงแรมในการสลับห้อง หากโรงแรมสลับ function space ได้ ควรกำหนดเกณฑ์พื้นที่ ความจุ ตำแหน่ง และอุปกรณ์ที่ต้องเทียบเท่ากัน ไม่พึ่งคำว่า “ห้องเหมาะสม” เพียงคำเดียว

Function Space และอุปกรณ์ภาพเสียง

แนบ floor plan หรือ banquet event order ที่มีชื่อห้องและ layout ตรวจว่าเวลาจองครอบคลุม supplier load-in, sound check, แขกรับเชิญ และรื้อถอนหรือไม่ แยกรายการ AV, ช่างเทคนิค, อินเทอร์เน็ตเฉพาะงาน, ไฟฟ้า, เวที และค่าล่วงเวลา หากบริษัทนำ supplier ภายนอกเข้าโรงแรม ให้เขียนค่าใช้พื้นที่ ข้อกำหนดความปลอดภัย และผู้อนุมัติการเข้าพื้นที่ไว้ด้วย

Meals, Minimum Spend และ Guaranteed Pax

แยกยอดขั้นต่ำอาหารและเครื่องดื่มออกจากจำนวนแขกที่รับประกัน ตรวจวันสุดท้ายที่ปรับจำนวนได้ สูตรคิดกรณีคนมาน้อยกว่า guaranteed pax และวิธีคิดเมื่อคนมามากกว่า รวม VAT, service charge, ค่าเปิดขวด และค่าเมนูพิเศษไว้ใน cost sheet ตามเงื่อนไขจริง

สำหรับอาหารแพ้หรือข้อจำกัดทางศาสนา ให้ส่งเฉพาะข้อมูลที่ครัวต้องใช้ กำหนดช่องทางยืนยันเมนูและผู้รับผิดชอบหน้างาน หลีกเลี่ยงการรับประกันว่า “ปลอดสารก่อภูมิแพ้ 100%” หากโรงแรมไม่ได้ยืนยันกระบวนการแยกครัวเป็นลายลักษณ์อักษร

ห้องสัมมนาโรงแรมเวียดนามสำหรับตรวจ function space และอุปกรณ์ในสัญญากรุ๊ปบริษัท
ห้องสัมมนาโรงแรมเวียดนามสำหรับตรวจ function space และอุปกรณ์ในสัญญากรุ๊ปบริษัท

Payment, Damage และ Master Account ควรแบ่งความรับผิดอย่างไร?

สัญญาควรบอกยอดมัดจำ วันชำระ สกุลเงิน ภาษี ค่าธรรมเนียม เอกสารประกอบ และเงื่อนไขคืนเงินให้ครบ ส่วน master account ต้องแบ่งว่า “บริษัทจ่าย” กับ “ผู้เข้าพักจ่าย” ชัดเจนก่อนเช็กอิน ไม่ปล่อยให้พนักงานหน้าเคาน์เตอร์ตัดสินจากความเข้าใจหน้างาน

ตั้ง Billing Matrix ก่อนเปิดกรุ๊ป

ทำตารางอย่างน้อย 4 กลุ่ม: room and tax, อาหารตามงาน, incidentals และรายการอนุมัติพิเศษ ระบุ approver limit ว่าใครเซ็นเพิ่มได้ถึงระดับใด และรายการใดต้องมี purchase order ใหม่ ขอ daily folio review สำหรับงานหลายวัน เพื่อแก้ posting ผิดก่อนเช็กเอาต์แทนการไล่แก้หลังกลับไทย

ความเสียหายต้องมีขั้นตอนตรวจร่วม

ตรวจนิยามความเสียหายว่าครอบคลุมแขก supplier และพื้นที่ใดบ้าง กำหนดให้มีภาพ เวลา สถานที่ รายงานเหตุ และการตรวจร่วมก่อนเรียกเก็บเงิน หลีกเลี่ยงถ้อยคำที่ทำให้บริษัทรับผิดทุกเหตุโดยไม่มีขอบเขตหรือไม่มีสิทธิ์ตรวจหลักฐาน และระบุช่องทาง escalation หากทีมกับโรงแรมเห็นไม่ตรงกัน

Force Majeure และการเลื่อนงานควรคุยก่อนเซ็นอย่างไร?

อย่าอ่าน force majeure ว่าเป็น “ประกันยกเลิกฟรี” ต้องตรวจเหตุที่ครอบคลุม ระดับผลกระทบ เขตพื้นที่ ช่วงเวลาแจ้ง หลักฐาน และทางเลือกหลังเกิดเหตุ เช่น เลื่อนวัน ลดขนาดงาน คืนเงิน หรือใช้เครดิตในอนาคต ถ้อยคำต้องเหมาะกับงานและเป็นสิ่งที่คู่สัญญาตกลงกัน

PCMA อธิบายว่า force majeure ในสัญญางานประชุมถูกออกแบบตามงานและคู่สัญญา และการจำกัดคำไว้เพียง “ผิดกฎหมายหรือเป็นไปไม่ได้” อาจให้ผลต่างจากถ้อยคำที่ครอบคลุมความไม่สามารถดำเนินงานได้ในทางปฏิบัติ ดูมุมมองผู้เชี่ยวชาญได้ที่ PCMA: Force Majeure—Negotiating a Common Clause in Uncommon Times บริษัทจึงควรให้ฝ่ายกฎหมายตรวจ trigger และ remedy ของสัญญาจริง ไม่คัดลอกตัวอย่างจากอินเทอร์เน็ตทั้งย่อหน้า

Escalation Matrix ต้องมีชื่อบทบาทและเวลาตอบกลับ

กำหนดลำดับติดต่อฝ่ายขาย event manager, duty manager, finance และผู้บริหารโรงแรม พร้อมคู่ฝั่งบริษัท ได้แก่ trip lead, procurement, finance approver และ executive sponsor ระบุเหตุที่ต้องยกระดับ เช่น ห้องไม่ครบ function room ถูกเปลี่ยน ค่าใช้จ่ายนอกสัญญา หรือเหตุที่อาจต้องหยุดงาน

เก็บ contact sheet แยกจากบทสัญญาเพื่ออัปเดตชื่อบุคคลได้ แต่ให้สัญญาอ้างถึงภาคผนวกและบทบาทดังกล่าว ตั้งเวลาตอบกลับตามระดับเหตุ และกำหนดว่าการเปลี่ยนบริการหรือค่าใช้จ่ายต้องมีการยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรจากใคร

ขั้นตอนตรวจสัญญาก่อนเซ็นและก่อนเดินทางควรเป็นอย่างไร?

ใช้สัญญาฉบับเดียวเป็นแหล่งอ้างอิง แล้วเดิน review ตามลำดับจาก scope ไปสู่เงินและการปฏิบัติงาน ทุก comment ต้องมี owner และสถานะ ไม่ส่ง redline หลายไฟล์ทางแชตจนหาเวอร์ชันล่าสุดไม่พบ

ก่อนลงนาม

  1. Freeze requirement: ยืนยันวันเดินทาง room-block grid จำนวนคน function space และงานอาหารจากผู้ใช้งานภายใน
  2. Compare documents: เทียบ proposal, สัญญา, banquet order และ cost sheet ทีละรายการ
  3. Risk score: ให้ owner ใส่เขียว เหลือง แดง พร้อมหลักฐาน ไม่ให้คนเดียวตอบแทนทุกฝ่าย
  4. Redline: รวมคำถามเป็นรอบเดียว บันทึก accepted, rejected และ alternative wording
  5. Approval: ฝ่ายกฎหมายตรวจภาษา จัดซื้อตรวจ commercial terms การเงินตรวจ payment และผู้มีอำนาจรับ residual risk
  6. Signature pack: เก็บฉบับลงนาม ภาคผนวก และหลักฐานการยืนยันไว้ในที่เดียว

ก่อนเดินทางและหลังจบงาน

ที่ T-30 ถึง T-14 ให้เทียบ pickup กับ room block, ยืนยัน cutoff, rooming list, guaranteed pax และรายการชำระ โดยใช้วันตามสัญญาจริง ไม่ใช้ช่วงตัวอย่างนี้แทน deadline ของโรงแรม ที่ T-7 ถึง T-1 ให้ยืนยัน banquet order, AV, contact sheet และ billing matrix อีกครั้ง

หลังงาน ขอ folio และ invoice ฉบับละเอียด เทียบกับ contract summary, change approvals และรายงานเหตุ หากมีข้อโต้แย้งให้ใช้ notice method และ escalation ที่ระบุไว้ การจัดเอกสารตั้งแต่ต้นช่วยให้การกระทบยอดอาศัยหลักฐาน ไม่ใช่ความจำของคนหน้างาน

หากยังอยู่ในขั้นเลือกโรงแรม ให้อ่าน อ่านหน้าหลักของหัวข้อนี้ เพื่อเทียบทำเล ห้องพัก และความพร้อมของโรงแรมก่อนเข้าสู่สัญญา ส่วนทีมที่ต้องการดูขอบเขตการประสาน supplier และเอกสารเดินทางสามารถ ดูบริการที่เกี่ยวข้อง หรือ ดูโปรแกรมเวียดนามสำหรับองค์กร แล้วนำจำนวนคนและรูปแบบงานจริงไปทำ brief ขอราคา

Checklist สุดท้ายก่อนอนุมัติสัญญา

  • ชื่อคู่สัญญา ผู้รับเงิน ผู้ลงนาม และลำดับเอกสารถูกต้อง
  • room-block grid รายคืนตรงกับแผนเที่ยวบินและประเภทห้อง
  • attrition, cutoff, cancellation และ rebooking แยกจากกันชัดเจน
  • สูตรคำนวณ ภาษี ค่าบริการ และการขายห้องซ้ำมีคำตอบ
  • early/late/no-show ระบุว่าเป็น request หรือ guarantee
  • function space, layout, setup, rehearsal, AV และ supplier access อยู่ในภาคผนวก
  • guaranteed pax, minimum spend, เมนูพิเศษ และวันปิดยอดอาหารชัดเจน
  • deposit, master account, incidentals, folio และ approver limit ตรงกับระบบการเงิน
  • damage procedure มีหลักฐาน การตรวจร่วม และสิทธิ์ทักท้วง
  • force majeure, postponement, notice, remedy และ escalation ผ่านการตรวจของฝ่ายกฎหมาย
  • ผู้รับผิดชอบภายในแต่ละข้อยอมรับงานและกำหนดส่งแล้ว

บทความที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อย

Attrition กับ Cancellation ต่างกันอย่างไร?

Attrition เกิดเมื่องานยังเดินต่อแต่ยอดห้องหรือยอดอาหารต่ำกว่าข้อผูกพัน ส่วน cancellation ใช้เมื่อยกเลิกงานหรือบริการตามนิยามในสัญญา ต้องอ่านฐานคำนวณและช่วงวันที่แยกกัน เพราะผลทางการเงินอาจต่างกันมาก

Cutoff ผ่านแล้ว โรงแรมต้องเก็บห้องให้กรุ๊ปหรือไม่?

ขึ้นกับถ้อยคำในสัญญา หลัง cutoff โรงแรมอาจปล่อยห้องที่ยังไม่มีรายชื่อกลับไปขาย และการจองเพิ่มอาจขึ้นกับ availability หรือราคาใหม่ จึงต้องขอ acknowledgement ของ rooming list ก่อนวันตัดยอด

Early check-in ที่ฝ่ายขายรับปากทางแชตถือว่าการันตีหรือไม่?

ควรขอให้เขียนในสัญญา ภาคผนวก หรือ confirmation ที่สัญญารับรองว่ามีผล พร้อมจำนวนห้อง เวลา และค่าใช้จ่าย หากระบุเพียง request บริษัทต้องมีแผนรองรับช่วงรอห้อง

ใครควรตรวจสัญญาโรงแรมก่อนเซ็น?

HR หรือ trip lead ตรวจจำนวนคนและการใช้งาน จัดซื้อตรวจเงื่อนไขการค้า การเงินตรวจการชำระและเอกสารภาษี ผู้จัดงานตรวจพื้นที่และอาหาร และฝ่ายกฎหมายตรวจถ้อยคำ ความรับผิด เขตอำนาจ และทางออกเมื่อเกิดเหตุ

Checklist นี้ใช้แทนทนายหรือฝ่ายกฎหมายได้หรือไม่?

ไม่ได้ Checklist ช่วยรวบรวมข้อมูลและชี้จุดเสี่ยงเชิงปฏิบัติการ แต่คำวินิจฉัยว่าข้อใดบังคับใช้ได้หรือควรแก้อย่างไรต้องอาศัยสัญญาฉบับจริง ข้อเท็จจริงของงาน และผู้เชี่ยวชาญกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

สนใจจัดทริป?

ปรึกษาทีมงานฟรี

สอบถาม / จองแพ็คเกจ
Line: lin.ee/G7k4PEB
LINE QR

สแกน QR หรือคลิกปุ่มด้านล่าง

โทรสอบถามได้ที่
065-459-5565